พื้นที่กว่า 400 ไร่ของเรา เป็นพื้นที่สีเขียวมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ทำหน้าที่เป็นปอดของเชียงใหม่ ดูดซับคาร์บอนได้หลายพันตันต่อปี
อุทยานหลวงราชพฤกษ์ในฐานะพื้นที่เรียนรู้
“จริง ๆ ภารกิจหลักของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ในวันนี้ คือการเป็น “พื้นที่แห่งการเรียนรู้”
อุทยานแห่งนี้ได้รับพระราชทานนามจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2553 เดิมคนจะรู้จักกันในชื่อ “พืชสวนโลก” ซึ่งเคยจัดงานมาแล้ว 2 ครั้ง คือ พืชสวนโลกปี 2549 และพืชสวนโลกปี 2554
หลังจากนั้น เรามีความตั้งใจชัดเจนให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องโครงการพระราชดำริ งานของโครงการหลวง การพัฒนาพื้นที่สูง รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรม เช่น หอคำหลวง
อีกบทบาทหนึ่งคือการเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวทั้งระดับประเทศและนานาชาติ เราอยากให้คนที่เข้ามาที่นี่ได้รับแรงบันดาลใจ มีความสุข และเห็นคุณค่าของธรรมชาติ อุทยานหลวงราชพฤกษ์จึงเป็นศักยภาพ และโอกาสของจังหวัดเชียงใหม่ และเทศบาลเมืองแม่เหียะ
ปัจจุบันพื้นที่ที่เราดูแลมีทั้งหมดประมาณ 468 ไร่ โดยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์เป็นพื้นที่สีเขียว มีต้นไม้ยืนต้นมากกว่า 15,000 ต้น ช่วยดูดซับคาร์บอนได้ราว ๆ 3,000 ตันคาร์บอนต่อปี ถือว่าเป็น “ปอดสีเขียวของเมืองแม่เหียะ และจังหวัดเชียงใหม่” ที่สำคัญมาก
ที่นี่เรารวบรวมพันธุ์ไม้ไม่ได้เน้นแค่ความสวยงาม แต่ให้ความสำคัญกับองค์ความรู้ เรามีการออกแบบการจัดสวนใหม่ทุกปี มีคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกัน ปีนี้ใช้แนวคิด Blossom for the Future – การเบิกบานอย่างยั่งยืน เพื่อเชื่อมโยงเรื่องระบบนิเวศ และอนาคตของเมืองเราตั้งใจให้อุทยานเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม และการมุ่งสู่การเป็นองค์กร Net Zero ตามนโยบายของรัฐบาล ภายในปี 2593″
จริง ๆ แล้วภารกิจของที่นี่คือการเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ เราอยากให้คนที่เข้ามา ได้ทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และความสุขไปพร้อมกัน
Net Zer, Cabon Foot Print และการเรียนรู้
“ปัจจุบันเราได้รับการรับรองเป็นองค์กรคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกแล้ว ซึ่งทำให้เราเห็นชัดว่าถึงแม้จะมีพื้นที่สีเขียวมาก แต่ก็ยังมีการปล่อยคาร์บอนจากการใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิง และการจัดการขยะ
จากการวิเคราะห์ตรงนี้ เราจึงพัฒนาเป็นชุดองค์ความรู้ เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่อง Net Zero ความหลากหลายทางชีวภาพ และการคัดแยกขยะ จนได้รับมาตรฐานระดับนานาชาติหลายด้าน เช่น การเป็นสวนพฤกษศาสตร์ตามมาตรฐานสากล ซึ่งในประเทศไทยมีเพียง 4 แห่ง และเราเป็นหนึ่งในนั้น
หัวใจสำคัญคือการเป็นแหล่งเรียนรู้ค่ะ ทั้งเรื่องโครงการพระราชดำริ ความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อม การเข้าสู่ Net Zero และศิลปวัฒนธรรม เรามีนิทรรศการถาวร เช่น นิทรรศการโครงการพระราชดำริ นิทรรศการของมูลนิธิโครงการหลวง รวมถึงการจัดสวนตามฤดูกาล ซึ่งเชื่อมกับอาคารเรียนรู้ต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่บริการสำหรับครอบครัว มีสนามเด็กเล่น ร้านกาแฟ ซึ่งเป็นไฮไลต์ใหม่ และในปีนี้เราจะจัดกิจกรรม Coffee Week ด้วย เราเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภายนอกและเครือข่ายพันธมิตรเข้ามาจัดกิจกรรม เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย GISTDA เทศบาลเมืองแม่เหียะ และสถาบันการศึกษาอย่าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
ทุกปีเราจะมีเทศกาล “ชมสวน” หรือ Flora Festival ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 แล้ว ถือเป็นไฮซีซันปลายปีของที่นี่ ปีนี้มีความพิเศษเพราะเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง และในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วย”
ขยะไม่ใช่แค่ของที่เราโยนทิ้งไป แต่ทุกชิ้นคือเงินงบประมาณของเมืองที่ต้องนำมาจัดการ ขยะเมืองเชียงใหม่ในวันนี้ “ต้องบอกก่อนว่าขยะของเมืองเชียงใหม่ในแต่ละวันมีปริมาณค่อนข้างมากนะครับ ยิ่งถ้านับทั้งจังหวัด ขยะที่นำไปฝังกลบจะอยู่ที่ราว 600 ตันต่อวัน แต่ถ้ามาดูเฉพาะในเขตเทศบาล ก็จะย่อส่วนลงมา อย่างเทศบาลนครเชียงใหม่จะมีขยะมากที่สุดเมื่อเทียบกับ อปท.อื่น ต่อวันก็จะอยู่ที่ราว ๆ 300…
ยกระดับเมืองด้วยการจัดการขยะร้านอาหารเมื่อผู้ประกอบการร้านอาหารแม่เหียะ เปลี่ยนวิกฤตขยะอาหารเป็นโอกาส "เมื่อเราเริ่มจัดการ Food Waste จริงจัง จากที่ต้องให้รถขยะมารับทุกวัน ก็เปลี่ยนเป็นสัปดาห์ละ 4 วัน ช่วยลดทั้งขยะ และลดการปลดปล่อยคาร์บอนจากการขนส่ง” “คุณรู้ไหมทั้งจังหวัดเชียงใหม่ วันนี้เรามีร้านอาหารอยู่ร่วม ๆ 12,800 ร้าน จากที่ผมทำงานให้กับสมาคม…
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทศบาลเมืองแม่เหียะถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในต้นแบบสมาร์ทซิตี้ระดับเทศบาลเมือง ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการเมือง ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของเมืองก็พาเอาความท้าทายใหม่ ๆ ตามมาด้วย โดยเฉพาะปัญหาการจัดการขยะ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของ WeCitizens ฉบับพิเศษ ‘แม่เหียะเมืองน่าอยู่’ ของชวนทุกท่านไปร่วมอ่านมุมคิดของนายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ…
บทสนทนาว่าด้วยเสียงของคนลำปาง ถึงสังคม เศรษฐกิจ และความหวังกับอนาคต จากกลุ่ม ‘ลำลอง’ คงไม่ต้องแนะนำกันแล้วว่ากลุ่มลำลองคือใคร เพราะกิจกรรมสร้างสรรค์ งานสื่อสารที่ร่วมสมัย ไอเดียเคลื่อนการพัฒนาเมืองลำปางให้ไปข้างหน้า และความแตกต่าง ถูกคิด ถูกทำ และถูกทำให้เห็นจริงว่า ถ้าอยากให้เมืองมีอะไร เป็นแบบไหน…
สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การวางรากฐานที่แข็งแรงให้ผู้คนรู้สึกว่าการมีส่วนร่วมในการลงทุน นั้นจับต้องได้และไว้ใจได้ "ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เราทุกคนคงสัมผัสได้ว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก วันนี้บางเรื่องใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบการเงินก็สามารถพัฒนาไปไกลกว่าที่เคยเป็น โครงสร้างเดิม ๆ ที่เราเคยคุ้นชินกำลังถูกท้าทายด้วยนวัตกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบการชำระเงิน เทคโนโลยีข้อมูล หรือแม้แต่ระบบความน่าเชื่อถือทางการเงิน หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก…
เมืองต้องมี KPI ใหม่ 1.ดึงดูดการลงทุน 2.จ้างงานที่มีคุณภาพ 3.สร้างเมืองน่าอยู่ “วันนี้ผมจะเล่าเรื่องคาร์บอนเครดิต แบ่งเป็น 3 เรื่องนะครับเรื่องแรก คือ เรื่องโอกาส เรื่องที่สองคือเรื่องคาร์บอนเครดิต เรื่องที่สามคือชวนทุกท่านมาร่วมกันทำแพลตฟอร์มการลงทุน ผมขอเริ่มจากปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศของเราเสียก่อน…