“ยี่สิบกว่าปีก่อนหลังจากแม่กลับจากช่วยหลานทำสวนทุเรียนที่จันทบุรี ความที่แม่ไม่ได้อยู่เชียงใหม่มานาน เลยไปเที่ยวงานแถวประตูท่าแพ จำไม่ได้แล้วว่าเป็นงานอะไร แต่ในงานมีรำวงด้วย แม่ก็ดื่มและขึ้นไปรำวงกับเขา แล้วก็ได้ยินเสียงโฆษกประกาศเชิญสาวรำวงจากชุมชนนั้น ชุมชนนี้ขึ้นมาเต้น ตอนนั้นแหละที่แม่เพิ่งรู้ว่าในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ก็มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมในฐานะชุมชนด้วย เลยย้อนกลับมาคิดถึงบ้านเรา
แม่เกิดและเติบโตในชุมชนหลังวัดหม้อคำตวง ทุกคนก็รู้จักกันหมด แต่นอกจากไปวัด ก็ไม่ได้มีการร่วมกันจัดกิจกรรมอะไรจริงจัง แม่เลยคิดว่าเราน่าจะตั้งชุมชนกัน ก็ไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่แขวง เขาก็บอกว่าต้องรวบรวมลูกบ้านให้ได้ 50-60 ครัวเรือนเพื่อขอจัดตั้ง แม่ก็เลยไปคุยกับชาวบ้านว่าถ้าเราตั้งขึ้นมานะ เราก็สามารถขอสวัสดิการจากรัฐได้ หรือได้งบสนับสนุนจากเทศบาลมาจัดงาน และได้ช่วยเหลือกันยามลำบากด้วย ทุกคนก็ตกลง
จากนั้นแม่ก็ไปบอกเจ้าอาวาสวัดหม้อคำตวงสมัยนั้นว่าจะขอตั้งสำนักงานชุมชนในวัด แต่เจ้าอาวาสแกไม่เข้าใจ ไม่ให้พื้นที่ทำ สุดท้ายแม่เลยเดินไปวัดใกล้ๆ คือวัดควรค่าม้า ซึ่งท่านเจ้าอาวาสตอบตกลง ชุมชนควรค่าม้าสามัคคี จึงก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2543 ชาวบ้านเห็นเราเป็นตัวตั้งตัวตีเลยให้เราเป็นประธานชุมชน แม่เป็นประธานมา 22 ปีแล้ว
ความที่เป็นเรื่องใหม่ในชุมชนมากๆ ปีที่ก่อตั้ง เราจำเป็นต้องมีคณะกรรมการชุมชน 15 คน แม่ก็ไปชวนคนนั้นคนนี้มาลง ปรากฏว่าไม่มีผู้ชายคนไหนกล้ามาลงเลย เขาอาจไม่เข้าใจว่าต้องทำยังไงบ้าง สุดท้ายแม่ก็เลยเลือกเอาเพื่อนๆ กันนี่แหละ สรุปคือชุมชนเรามีประธานและคณะกรรมการเป็นผู้หญิงทั้งหมด เป็นชุมชนพลังหญิงจริงๆ (หัวเราะ)
หลังจากเราก่อตั้งชุมชนได้ไม่นาน ก็พอดีกับที่คุณทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็มีนโยบายกองทุนหมู่บ้าน แม่ก็เลยประกาศให้ประชาคมมาปรึกษากันว่าจะของบเขามาทำอะไรดี ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่ายังมีซอยในหมู่บ้านที่ยังเป็นลูกรัง เคยขอเทศบาลไปเขาก็ไม่มาทำให้สักที เลยขอกองทุนหมู่บ้านมาทำตรงนี้ คือได้เงินมาจ้างช่างทำกันเองจนสำเร็จ น่าจะเป็นตรงนี้มั้งที่ชาวบ้านเริ่มเห็นความสำคัญของการจัดตั้งชุมชน ก็เลยมาร่วมกันมากขึ้น
พอปีต่อมา ก็ได้เงินจากกองทุนหมู่บ้านมาอีก จำได้ว่าได้มาสามแสน สรุปกันว่าเราซื้อรถปิคอัพของชุมชน จะได้พาคนเฒ่าคนแก่ไปหาหมอ พาสมาชิกในชุมชนไปอบรมที่ต่างๆ หรือถ้าคนทำงานหรือนักศึกษาที่ไหนอยากย้ายบ้าน ย้ายหอ ก็ให้เขาจ้างคนในชุมชนเราเป็นคนขับรถคันนี้ย้ายให้ เงินที่ได้หลังแบ่งให้คนขับก็มาเข้ากองกลาง มีเหรัญญิกสามคนคอยคุมบัญชี และเปิดเผยให้ชาวบ้านเห็นอย่างโปร่งใสว่าเอาไปทำอะไรบ้าง ชาวบ้านก็เชื่อใจ
ยังไม่พอ แม่เห็นว่าในชุมชนเรามีแม่บ้านหรือคนที่ตกงานเยอะ ขณะเดียวกันชุมชนเราก็ตั้งอยู่ในย่านที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือน เลยคิดว่าน่าจะทำธุรกิจนวดแผนโบราณ ก็ทำเรื่องของบจากรัฐเพื่อไปจ้างครูสอนนวดมาสอนคนในชุมชนที่สนใจจะหารายได้เสริม ไปขอพื้นที่วัดหม้อคำตวงและวัดควรค่าม้าเปิดร้าน ชุมชนเราเลยมีอีกธุรกิจหนึ่งเพิ่มเข้ามาคือนวดไทย ซึ่งรายได้ก็ให้หมอนวดที่เป็นคนในชุมชนทั้งหมดนั่นแหละ
พอนึกย้อนกลับไปแล้วตลกดี แม่คิดอยากก่อตั้งชุมชน เพียงเพราะดื่มเหล้าเมาแล้วได้ยินโฆษกในวงรำวงพูด ไม่คิดว่าเราจะมาได้ไกลและสนุกขนาดนี้ ความภูมิใจของแม่ไม่ใช่แค่การได้เห็นบ้านเกิดเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม หรือได้ช่วยเหลือกันยามลำบากอย่างเช่นช่วงโควิด แต่การที่มีคนจากชุมชนอื่นๆ นักศึกษา หรือเจ้าหน้าที่รัฐมาขอดูงานที่เรา เคยมี สสส. มาจัดงาน Spark U ปิดถนน และชวนคนจากที่อื่นๆ มาเดินสำรวจชุมชน มีการออกร้าน เล่นดนตรี ทำสตรีทอาร์ท หรืออย่างปีล่าสุดก็มีเทศกาล กิ๋นหอม ตอมม่วน ที่ชวนคนเฒ่าคนแก่มาโชว์ฝีมือทำอาหารกัน ซึ่งน่าดีใจว่างานหลังนี้เกิดจากการขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่ในชุมชนเราเอง ไม่ใช่งานจากคนแก่ๆ ฝ่ายเราฝ่ายเดียวอีกต่อไป
นั่นแหละ แม่ว่ามันไม่ใช่แค่การช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างเพื่อนบ้าน การร่วมกันจัดงานประเพณี หรือต่อรองกับรัฐเพื่อทำให้คนในชุมชนเราเข้าถึงสวัสดิการที่ดี แต่สำหรับแม่ที่ยังทำงานในตำแหน่งนี้มาจนถึงอายุเจ็ดสิบกว่าอย่างตอนนี้ แม่คิดว่าการได้ร่วมกันคิด ช่วยกันทำ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีกลับคืนสู่ชาวบ้านทุกคน คือเรื่องที่สนุก”
///
แม่แอ – รัตนา ชูเกษ
ประธานชุมชนควรค่าม้าสามัคคี
ขยะไม่ใช่แค่ของที่เราโยนทิ้งไป แต่ทุกชิ้นคือเงินงบประมาณของเมืองที่ต้องนำมาจัดการ ขยะเมืองเชียงใหม่ในวันนี้ “ต้องบอกก่อนว่าขยะของเมืองเชียงใหม่ในแต่ละวันมีปริมาณค่อนข้างมากนะครับ ยิ่งถ้านับทั้งจังหวัด ขยะที่นำไปฝังกลบจะอยู่ที่ราว 600 ตันต่อวัน แต่ถ้ามาดูเฉพาะในเขตเทศบาล ก็จะย่อส่วนลงมา อย่างเทศบาลนครเชียงใหม่จะมีขยะมากที่สุดเมื่อเทียบกับ อปท.อื่น ต่อวันก็จะอยู่ที่ราว ๆ 300…
พื้นที่กว่า 400 ไร่ของเรา เป็นพื้นที่สีเขียวมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ทำหน้าที่เป็นปอดของเชียงใหม่ ดูดซับคาร์บอนได้หลายพันตันต่อปี อุทยานหลวงราชพฤกษ์ในฐานะพื้นที่เรียนรู้ “จริง ๆ ภารกิจหลักของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ในวันนี้ คือการเป็น “พื้นที่แห่งการเรียนรู้”อุทยานแห่งนี้ได้รับพระราชทานนามจากในหลวงรัชกาลที่ 9…
ยกระดับเมืองด้วยการจัดการขยะร้านอาหารเมื่อผู้ประกอบการร้านอาหารแม่เหียะ เปลี่ยนวิกฤตขยะอาหารเป็นโอกาส "เมื่อเราเริ่มจัดการ Food Waste จริงจัง จากที่ต้องให้รถขยะมารับทุกวัน ก็เปลี่ยนเป็นสัปดาห์ละ 4 วัน ช่วยลดทั้งขยะ และลดการปลดปล่อยคาร์บอนจากการขนส่ง” “คุณรู้ไหมทั้งจังหวัดเชียงใหม่ วันนี้เรามีร้านอาหารอยู่ร่วม ๆ 12,800 ร้าน จากที่ผมทำงานให้กับสมาคม…
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทศบาลเมืองแม่เหียะถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในต้นแบบสมาร์ทซิตี้ระดับเทศบาลเมือง ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการเมือง ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของเมืองก็พาเอาความท้าทายใหม่ ๆ ตามมาด้วย โดยเฉพาะปัญหาการจัดการขยะ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของ WeCitizens ฉบับพิเศษ ‘แม่เหียะเมืองน่าอยู่’ ของชวนทุกท่านไปร่วมอ่านมุมคิดของนายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ…
บทสนทนาว่าด้วยเสียงของคนลำปาง ถึงสังคม เศรษฐกิจ และความหวังกับอนาคต จากกลุ่ม ‘ลำลอง’ คงไม่ต้องแนะนำกันแล้วว่ากลุ่มลำลองคือใคร เพราะกิจกรรมสร้างสรรค์ งานสื่อสารที่ร่วมสมัย ไอเดียเคลื่อนการพัฒนาเมืองลำปางให้ไปข้างหน้า และความแตกต่าง ถูกคิด ถูกทำ และถูกทำให้เห็นจริงว่า ถ้าอยากให้เมืองมีอะไร เป็นแบบไหน…
สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การวางรากฐานที่แข็งแรงให้ผู้คนรู้สึกว่าการมีส่วนร่วมในการลงทุน นั้นจับต้องได้และไว้ใจได้ "ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เราทุกคนคงสัมผัสได้ว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก วันนี้บางเรื่องใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบการเงินก็สามารถพัฒนาไปไกลกว่าที่เคยเป็น โครงสร้างเดิม ๆ ที่เราเคยคุ้นชินกำลังถูกท้าทายด้วยนวัตกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบการชำระเงิน เทคโนโลยีข้อมูล หรือแม้แต่ระบบความน่าเชื่อถือทางการเงิน หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก…