“ก่อนหน้านี้ผมเป็นพนักงานฉายหนังที่โรงหนังกิตติกรในตลาดใต้ สมัยที่เขายังพากย์เสียงอยู่นั่นแหละ หน้าที่ผมจะฉายฟิล์มจากห้องฉาย และเปิดเทปเสียงประกอบไปพร้อมกับที่นักพากย์พากย์หนังไป วันนึงหนังจะฉาย 4 รอบ ก็ดูเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ ประมาณ 10 วันแล้วค่อยเปลี่ยนเรื่องใหม่
ตอนนั้นได้ค่าแรงวันละ 50 บาท ก็โอเคอยู่ เพราะสมัยก่อนของยังราคาถูก และบ้านผมอยู่หลังศาลปุ่นเถ่ากง-ม่า เดินมาทำงานได้ ทำไปได้สักพักก็เริ่มมีอายุ ประกอบกับผมแต่งงานและเริ่มทำปาท่องโก๋ขายเป็นรายได้เสริม มีอยู่วันหนึ่ง หนังใกล้จะจบแล้ว ผมดันเผลอหลับ หนังมันเลยขึ้นจอขาว คนดูเลยโห่กันทั้งโรง วันนั้นแหละผมก็รู้สภาพแล้วว่าคงทำงานนี้ไม่ไหว จึงลาออกมา
ก็มาจริงจังกับปาท่องโก๋ โดยเริ่มด้วยกันกับน้องชาย พัฒนามาจากสูตรโบราณ ลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง จำได้เลยว่าสมัยก่อนต้องตื่นมานวดแป้งตั้งแต่ 5 ทุ่ม เพื่อจะได้ทันขายตอนเช้ามืด นวดด้วยมือเรานี่แหละ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน แต่มาตอนหลังมีเครื่องตีแป้งมาช่วยทุ่นแรง 2 นาทีก็เสร็จ
ตอนแรกผมขายอยู่ตลาดศาลพ่อปู่ดำและไนท์บาซาร์ ขายเช้าด้วย เย็นด้วย แต่ขายไปสักพักไม่ไหว พิษณุโลกตอนเย็นนี่ร้อน ยิ่งหน้าร้อนนี่ เอาแป้งไม่อยู่ ก็พอดีกับเจ้าของร้านปาท่องโก๋ที่ตลาดใต้เขาจะเลิกกิจการ ผมก็เลยย้ายมาขายที่นั่น แล้วก็ขายอยู่นั่นมาตั้งแต่ยังไม่มีลูกสาว ตอนนี้ลูกสาวอายุ 36 ปีแล้ว ขายมานานประมาณนั้น
ส่วนน้องชายที่พัฒนาสูตรกันมา เขาก็ย้ายไปขายที่เชียงใหม่ ชื่อร้านปาท่องโก๋ โกเหน่ง ในตลาดวโรรส ร้านที่เคยออกทีวีเพราะเขาทำปาท่องโก๋รูปไดโนเสาร์นั่นแหละ
ทุกวันนี้ก็ยังตื่นตอน 5 ทุ่มเพื่อเตรียมแป้งอยู่ เพราะจะมาขายที่นี่ตอนตีสอง เพราะเราทอดส่งร้านกาแฟต่างๆ ด้วย ขายโอเคเลย ใช้แป้งตก 50 กิโลกรัมต่อวัน ลูกค้าประจำเราเยอะ เพราะเขาชอบที่ปาท่องโก๋เรากรอบและไม่อมน้ำมัน ปกติจะขายเสร็จประมาณ 10 โมงเช้า เก็บร้าน และกลับถึงบ้านราวๆ 11 โมง กลับไปนอนก่อน และตื่นอีกทีบ่ายสองเพื่อทำน้ำเต้าหู้กับแฟน เพราะตกบ่ายจะมีรถพุ่มพวงมารับน้ำเต้าหู้เราไปขาย สมัยก่อนต้องทำเยอะ วันละประมาณ 4-500 ถุง แต่เดี๋ยวนี้ลดลงเยอะ เพราะรถพุ่มพวงก็ค่อยๆ หายไป
ขายแบบนี้ทุกวันครับ เดือนนึงจะหยุดแค่ 2 วัน เพราะมีนัดกับหมอ ปีนี้ผม 64 แล้ว ก็อยากหยุดมากกว่านี้ แต่หยุดบ่อยไม่ได้ เพราะมีลูกค้ากาแฟหลายร้านเขารอซื้อปาท่องโก๋เราไปขาย ถ้าเราหยุด เขาก็จะไม่มีขาย
ก็อยากส่งต่อเหมือนกัน แต่ลูกสาวผมเขาทำงานที่เทศบาล มีงานเป็นหลักเป็นแหล่ง เขากับลูกเขยที่ทำงานไปรษณีย์ก็จะมาช่วยเสาร์-อาทิตย์ ผมก็ขายเท่าที่ขายไหว ใครมาขอให้สอนก็สอนให้ ไม่หวงวิชาหรอก แต่จะถามก่อนทุกครั้งว่าคุณมีเวลาเรียนแค่ไหน ถ้าเขามีแค่วันสองวันหรือสัปดาห์เดียว ผมไม่สอนให้ เพราะมันครึ่งๆ กลางๆ เห็นทอดเหมือนง่ายๆ แบบนี้ แต่กว่าจะดูไฟเป็นมันต้องใช้ทั้งเวลาและประสบการณ์ ผมจะยินดีสอนถ้าคุณตั้งใจจริงและมีเวลามากพอ”
โกเล็ก-สุนทร มหาพราหมณ์
ร้านปาท่องโก๋โกเล็ก ตลาดใต้
https://www.facebook.com/profile.php?id=100057189470411&paipv=0&eav=AfbCMqEwipcKXY1gusexj65OxkPc6fjpbNyVwIZ9ese3wKwsGcVF-AcjwbU-2b1oHdo&_rdr
“เป็นสิ่งวิเศษที่สุด ที่ผ้าไหมของจังหวัดลำพูนได้ปรากฏต่อสายตาผู้คนทั้งในและต่างประเทศ ทั้งเมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้การส่งเสริม และทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมยกดอกลำพูนในพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ และกระทั่งในปัจจุบัน สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 10 ก็ทรงส่งเสริมผ้าไหมไทย และฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมยกดอกลำพูนในพระราชพิธีสำคัญเช่นกัน ดิฉันเป็นคนลำพูน มีความภูมิใจในงานหัตถศิลป์การทอผ้าไหมยกดอกนี้มาก ๆ และตั้งใจจะรักษามรดกทางวัฒนธรรม ทำหน้าที่ส่งต่อถึงคนรุ่นต่อไป…
“ความที่โตมาในลำพูน เราตระหนักดีว่าเมืองเรามีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สูงมาก ทั้งยังมีบรรยากาศที่น่าอยู่ อย่างไรก็ดี อาจเพราะเป็นเมืองขนาดเล็ก ลำพูนมักถูกมองข้ามจากแผนการพัฒนาของประเทศ เป็นเหมือนเมืองที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่ถูกปลุกให้ตื่นความที่เราเคยทำงานที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ปัจจุบันคือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA - ผู้เรียบเรียง) ได้เห็นตัวอย่างความสำเร็จของกระบวนการพัฒนาย่านด้วยกรอบพื้นที่สร้างสรรค์ในหลายพื้นที่…
“ผมเป็นคนลำพูน และชอบทำกิจกรรมนอกห้องเรียนมาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันเป็นประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดลำพูน ควบคู่ไปกับกำลังศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จากประสบการณ์การทำงานในสภาฯ ทำให้ผมเห็นว่า เยาวชนลำพูนมีศักยภาพที่หลากหลาย แต่สิ่งที่ขาดไปคือเวทีที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงความสามารถและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการสนับสนุนจากโรงเรียนหรือโครงการของภาคเอกชน ปี 2567 พี่อร (ดร.สุดารัตน์ อุทธารัตน์…
“อาคารหลังนี้แต่ก่อนเป็นที่ประทับของเจ้าราชสัมพันธวงษ์ลำพูน (พุทธวงษ์ ณ เชียงใหม่) น้องเขยของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าหลวงองค์สุดท้ายของลำพูน อาคารถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2455 หลังจากนั้นก็ถูกขายให้พ่อค้าชาวจีนไปทำเป็นโรงเรียนหวุ่นเจิ้ง สอนภาษาจีนและคณิตศาสตร์ โรงเรียนนี้เปิดได้ไม่นานก็ต้องปิด เพราะสมัยนั้นรัฐบาลเพ่งเล็งว่าอะไรที่เป็นของจีนจะเกี่ยวข้องกับลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่หนูก็ไม่รู้หรอกว่าโรงเรียนนี้เกี่ยวข้องหรือเปล่า (ยิ้ม) จากนั้นอาคารก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นโรงเรียนมงคลวิทยาในปี…
“เราโตมากับวัฒนธรรมของคนลำพูน ชอบไปเดินงานปอย ร่วมงานบุญ ก่อนหน้านี้ก็เคยทำงานรับจ้างทั่วไป จนเทศบาลฯ มาส่งเสริมเรื่องการทำโคม โดยมีสล่าจากชุมชนศรีบุญเรืองมาสอน เราก็ไปเรียนกับเขา ตอนนี้อาชีพหลักคือการทำโคม ทำมาได้ 2 ปีแล้ว สำหรับเรา โคมคืองานศิลปะ เป็นสัญลักษณ์และมรดกที่ยึดโยงกับวัฒนธรรมของคนบ้านเรา ตอนแรกเราไม่มีความคิดเลยว่ามันจะกลายมาเป็นอาชีพได้…
“ก่อนหน้านี้เราเป็นสถาปนิก และกระบวนกรจัดประชุมสัมมนาด้านวิชาการ โดยหลัก ๆ จะอยู่เชียงใหม่ ช่วงปี 2562 เรากลับลำพูนและเห็นเทศกาล River Festival Lamphun ริมแม่น้ำกวง รู้สึกตื่นตามาก ๆ ไม่เคยคิดว่าเราจะได้เห็นโชว์แสง…