“หนูชื่อเด็กหญิงสุมินตรา ศรีงาม อยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนเทศบาล 6 ทุ่งศรีเมืองประชาวิทย์ ส่วนหนูชื่อเด็กหญิงยิ่งลักษณ์ ถิ่นกระไสย อยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนเดียวกัน
เราสองคนอยู่ชมรมดนตรี และเป็นสมาชิกวงดอกพะยอม วงดนตรีประจำโรงเรียน มีครูเสนีย์และครูชลลดาเป็นผู้ฝึกสอนและดูแลวง วงเรามีสมาชิกประมาณ 12-13 คน เป็นวงสตริงผสมโปงลาง ก็จะเล่นที่โรงเรียน และตามงานต่างๆ ในเขตเทศบาล ก่อนหน้านี้เคยเล่นที่ตลาดสร้างสุขตรงหอศิลป์ และงานวันคนพิการสากลของจังหวัด ส่วนวันนี้มีงานฟื้นใจเมืองที่ริมน้ำปาว เราก็มาเล่นเปิดหมวกที่นี่
พวกเราชอบร้องเพลงอยู่แล้วค่ะ พอเห็นว่าครูเขาเปิดรับสมัครสมาชิกชมรมดนตรี ก็เลยสมัคร ครูเขาก็ฝึกให้ร้องตามทฤษฎี และร้องให้กลมกลืนไปกับวงดนตรี ก็ร้องทั้งเพลงสตริงและลูกทุ่ง ส่วนหมอลำนี่ยังยากไป
ปกติก็ฟังหมดเลยค่ะทั้งสตริงและลูกทุ่ง หนูชอบ กระต่าย พรรณิภา (สุมินตราตอบ) ส่วนหนูชอบ ไดร์ม่อน วง Laz1 เป็นวง T-pop ของบ้านเรา ส่วน K-pop ก็ชอบค่ะ ฟังได้หมด (ยิ่งลักษณ์ตอบ)
วันนี้หนูมาร้องสองเพลงคือ ‘เป็นเกียรติหลาย’ ของมนต์แคน แก่นคูน กับเพลง ‘รอเป็นคนถัดไป’ ของตั๊กแตน ชลดา (สุมนิตราตอบ) ส่วนหนูร้อง ‘ฮักกาฬสินธุ์’ และ ‘สาวอีสานรอรัก’ ของอรอุมา สิงห์ศิริ (ยิ่งลักษณ์ตอบ)
ก็สนุกดีค่ะ ได้ร้องเพลง ได้ซ้อมกับเพื่อนๆ และได้ค่าขนมด้วย ทั้งคนมาเดินตลาด และพ่อค้าแม่ค้าละแวกนี้ เขาชอบ เขาก็สมทบทุนให้
โรงเรียนเทศบาล 6 จะมีสอนถึงแค่ ป.6 เท่านั้น แต่หนูคิดว่าจะเรียนมัธยมที่กาฬสินธุ์เลย ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียนต่อสาขาไหน ถ้าได้เป็นนักร้องก็ดี แต่คิดไว้ว่าถ้าเรียนจบมาหนูก็อยากอยู่บ้าน ช่วยดูแลพ่อแม่ค่ะ (สุมินตราตอบ) ส่วนหนูก็คิดว่าจะอยู่กาฬสินธุ์เหมือนกัน มีเพื่อนอยู่เยอะ เมืองก็สงบดี อีกเรื่องคือไม่ค่อยอยากไปไหนไกลค่ะ เพราะน้ำมันแพง (ยิ่งลักษณ์ตอบ)”
สุมินตรา ศรีงาม และยิ่งลักษณ์ ถิ่นกระไสย
นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 6 ทุ่งศรีเมืองประชาวิทย์
“เป็นสิ่งวิเศษที่สุด ที่ผ้าไหมของจังหวัดลำพูนได้ปรากฏต่อสายตาผู้คนทั้งในและต่างประเทศ ทั้งเมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้การส่งเสริม และทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมยกดอกลำพูนในพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ และกระทั่งในปัจจุบัน สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 10 ก็ทรงส่งเสริมผ้าไหมไทย และฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมยกดอกลำพูนในพระราชพิธีสำคัญเช่นกัน ดิฉันเป็นคนลำพูน มีความภูมิใจในงานหัตถศิลป์การทอผ้าไหมยกดอกนี้มาก ๆ และตั้งใจจะรักษามรดกทางวัฒนธรรม ทำหน้าที่ส่งต่อถึงคนรุ่นต่อไป…
“ความที่โตมาในลำพูน เราตระหนักดีว่าเมืองเรามีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สูงมาก ทั้งยังมีบรรยากาศที่น่าอยู่ อย่างไรก็ดี อาจเพราะเป็นเมืองขนาดเล็ก ลำพูนมักถูกมองข้ามจากแผนการพัฒนาของประเทศ เป็นเหมือนเมืองที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่ถูกปลุกให้ตื่นความที่เราเคยทำงานที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ปัจจุบันคือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA - ผู้เรียบเรียง) ได้เห็นตัวอย่างความสำเร็จของกระบวนการพัฒนาย่านด้วยกรอบพื้นที่สร้างสรรค์ในหลายพื้นที่…
“ผมเป็นคนลำพูน และชอบทำกิจกรรมนอกห้องเรียนมาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันเป็นประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดลำพูน ควบคู่ไปกับกำลังศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จากประสบการณ์การทำงานในสภาฯ ทำให้ผมเห็นว่า เยาวชนลำพูนมีศักยภาพที่หลากหลาย แต่สิ่งที่ขาดไปคือเวทีที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงความสามารถและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการสนับสนุนจากโรงเรียนหรือโครงการของภาคเอกชน ปี 2567 พี่อร (ดร.สุดารัตน์ อุทธารัตน์…
“อาคารหลังนี้แต่ก่อนเป็นที่ประทับของเจ้าราชสัมพันธวงษ์ลำพูน (พุทธวงษ์ ณ เชียงใหม่) น้องเขยของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าหลวงองค์สุดท้ายของลำพูน อาคารถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2455 หลังจากนั้นก็ถูกขายให้พ่อค้าชาวจีนไปทำเป็นโรงเรียนหวุ่นเจิ้ง สอนภาษาจีนและคณิตศาสตร์ โรงเรียนนี้เปิดได้ไม่นานก็ต้องปิด เพราะสมัยนั้นรัฐบาลเพ่งเล็งว่าอะไรที่เป็นของจีนจะเกี่ยวข้องกับลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่หนูก็ไม่รู้หรอกว่าโรงเรียนนี้เกี่ยวข้องหรือเปล่า (ยิ้ม) จากนั้นอาคารก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นโรงเรียนมงคลวิทยาในปี…
“เราโตมากับวัฒนธรรมของคนลำพูน ชอบไปเดินงานปอย ร่วมงานบุญ ก่อนหน้านี้ก็เคยทำงานรับจ้างทั่วไป จนเทศบาลฯ มาส่งเสริมเรื่องการทำโคม โดยมีสล่าจากชุมชนศรีบุญเรืองมาสอน เราก็ไปเรียนกับเขา ตอนนี้อาชีพหลักคือการทำโคม ทำมาได้ 2 ปีแล้ว สำหรับเรา โคมคืองานศิลปะ เป็นสัญลักษณ์และมรดกที่ยึดโยงกับวัฒนธรรมของคนบ้านเรา ตอนแรกเราไม่มีความคิดเลยว่ามันจะกลายมาเป็นอาชีพได้…
“ก่อนหน้านี้เราเป็นสถาปนิก และกระบวนกรจัดประชุมสัมมนาด้านวิชาการ โดยหลัก ๆ จะอยู่เชียงใหม่ ช่วงปี 2562 เรากลับลำพูนและเห็นเทศกาล River Festival Lamphun ริมแม่น้ำกวง รู้สึกตื่นตามาก ๆ ไม่เคยคิดว่าเราจะได้เห็นโชว์แสง…