“อนาคตของคนรุ่นใหม่กับการอยู่อาศัยในเมือง คือถ้าไม่มีกิจการ หรือเป็นลูกจ้างรัฐ ทำงานราชการ ผมก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่างานที่มั่นคงและทำให้เราอยู่กับเมืองได้จริงๆ คืออะไร”

“ผมขอพูดถึงแวดวงการอ่านของขอนแก่นก่อนนะ จริง ๆ ขอนแก่นมีกลุ่มนักอ่านอยู่ค่อนข้างหลากหลาย แล้วก็เยอะด้วย ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่แถวหลัง มข. แถวย่านกังสดาล มีกิจกรรมพวกบุ๊กคลับอะไรอยู่บ้าง มีร้านหนังสือ และก็พวกคาเฟ่ ร้านอาหารที่มีส่วนของชั้นหนังสือให้ซื้อให้อ่าน ถือว่าบรรยากาศการอ่านโดยรวมน่าสนใจทีเดียว แต่อาจจะไม่ได้คึกคักเท่ากรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่  ที่นี่มีงานสัปดาห์หนังสือ จัดปีละ 2 ครั้ง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ มาลง แล้วก็พวกผู้ค้าที่ตระเวนตามงานหนังสือ ส่วนร้านหนังสืออิสระที่ได้มีโอกาสเข้าไปก็มีน้อยมาก เท่าที่เห็นมีร้านแมวผี ซึ่งเป็นร้านมือสอง ส่วนร้านหนังสืออิสระเล็ก ๆ ก็พอมีอยู่บ้าง อย่าง Wild dog ที่ผมทำ แล้วก็มี สมจริง กับอับดุล และร้านหนังสือออนไลน์อีกหนึ่งร้านที่ไม่มีหน้าร้าน กลุ่มผู้อ่านขอนแก่น Range อายุค่อนข้างกว้าง เห็นมีตั้งแต่เด็ก ม.ต้น ไปจนถึงผู้สูงอายุ อันนี้เท่าที่เห็นจากงานหนังสือนะ แต่ถ้าเป็นกับร้านผมจะค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม คงเป็นเพราะแนวหนังสือด้วยแหละ หลายคนที่มาร้านก็คือมาครั้งเดียวแล้วไม่ได้มาอีกเลย วานก่อนมีเด็กมัธยมมาดูหนังสือพวกการเมือง ผมก็แนะนำไป 2-3 เล่ม นี่ก็กำลังรอดูผลงานอยู่ว่าน้องจะกลับมาไหม  

ส่วนแวดวงงานสร้างสรรค์ จริงๆ ขอนแก่นเป็นเมืองที่มีอีเว้นท์ค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาช่วงปลายปี อากาศไม่ร้อนบรรยากาศดี ก็จะเริ่มมีงานคอนเสิร์ต งานดนตรี มีศิลปินที่มีชื่อเสียงมาเล่น อีกงานที่อยากพูดถึง คือ นิทรรศการศิลปะตามแกลเลอรี่ต่าง ๆ ซึ่งที่ขอนแก่นมีแกลเลอรี่อยู่เยอะจนน่าแปลกใจเหมือนกัน ที่แน่ๆ คือ เยอะกว่าร้านหนังสือ แกลเลอรี่ดังๆ ก็มี ใหม่อีหลี หอศิลป์ต้นตาล KULTX Collaborative Space หอศิลป์ มข. The Wall Gallery หรือเป็นการรวมกลุ่มของศิลปินก็มีอย่าง Society เป็นกลุ่มศิลปินทำกิจกรรมนิทรรศการศิลปะจัด 2 เดือนครั้ง ถ้าเป็นงานฟิลประมาณเทศกาลศิลปะแต่ก็ไม่เชิงขนาดนั้น เรียกว่าเป็น Project หรือปฏิบัติการทางศิลปะก็จะมีงานอย่าง ขอนแก่น Manifesto ซึ่งจัดกันมา 2- 3 ครั้งเห็นจะได้ หรืองานเขตงานธารทิพย์ ที่จัดโดย MAS Collective House อันนี้เป็นงานระลึกถึง ถนอม ชาภักดี และอติเทพ จันทร์เทศ ไปจัดงานศิลปะกันในป่าละเมาะ แนว ๆ Conceptual คนที่สนใจจริง ๆ วงก็จะค่อนข้างแคบหน่อย ถ้าเป็นงาน Mass แบบคนทั่วไปไปเลยก็มีงานของ CEA งานอีสาน Creative ซึ่งก็จะเป็นอีกกลุ่มไปเลยทำกับธุรกิจสร้างสรรค์ และนักออกแบบ เรามองว่ามันเป็นงานเชิงยุทธศาสตร์ที่พยายามสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับย่านศรีจันทร์กับตัวเมือง เน้นอีเว้นท์ที่มันแตะกับโซเซียลมีเดียได้ง่าย และฮิตเป็นกระแส มีการจัดแสดงแสงไฟ แต่ก็ยังไม่ได้มาเชื่อมกับกลุ่มหนังสืออิสระ ศิลปิน หรือแวดวงที่เราคุยไปตอนแรก ผมมองว่างานสร้างสรรค์ในหลาย ๆ ส่วนมันก็ยังต้องการการมาเชื่อมต่อกันอยู่พอสมควร รวมไปถึงการสนับสนุนจากท้องถิ่น ซึ่งต้องอาศัยความเข้าอกเข้าใจ การมองเห็นความสำคัญ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะยังไง หรือมาถึงเมื่อไหร่ อันนี้ยังไม่พูดถึงการเชื่อมกับวิถีชีวิตของคนทั่วไปเลยนะ อย่างร้านต่างๆ อาม่าอาแปะเปิดร้านขายของชำกลางวัน กลางคืนเขาปิด เขาจะได้อะไรจากงานแสงสีที่จัดกันอยู่ มันน่าชวนกันมาคิด มาถอดบทเรียน และหาลู่ทางกันว่าจะทำยังไง เพราะในมุมหนึ่ง ผมก็มองว่าขอนแก่นแม้ไม่มีงานแสดงศิลปะระดับชาติอย่างกรุงเทพฯ หรือโคราช แต่ก็ไม่เคยแห้งแล้งเรื่องความคิดสร้างสรรค์ เราจะจัดสรรให้พลังเหล่านี้มาเจอกัน และเติมเต็มกันได้อย่างไร เรื่องนี้น่าสนใจ

จริง ๆ ขอนแก่น ก็มีอีกหลายประเด็นที่ต้องพูดถึง และเกี่ยวกับเมือง เช่น เสรีภาพในการเคลื่อนไหวทางการเมือง การแก้ไขปัญหากลุ่มคนจนเมือง คนไร้บ้าน เรื่องการก่อสร้างโครงการของรัฐตามบึงต่างๆ ซึ่งส่วนตัวก็ยังมีคำถามเรื่องการมีส่วนร่วม หรือ เรื่องการย้าย บขส. ออกไป และมันกระทบกับการเดินทางของคนจำนวนมาก พอย้ายออกไปเรื่องรถเข้าเมืองที่จะพามาโรงพยาบาล หรือเรียนหนังสือ ก็มีไม่พอหาได้ลำบาก บริการขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพก็ยังขาดแคลน ที่เคยมีวิ่งก็ปิดไปแล้ว อันนี้แค่ตัวอย่างนะ

ผมคิดว่าเมืองขอนแก่นยังมีเรื่องที่ต้องพัฒนาอีกเยอะเลย อีกเรื่องที่สำคัญมากๆ คือ อนาคตของคนรุ่นใหม่กับการอยู่อาศัยในเมือง ลองคิดออกจากตัวเราเองนะ คือถ้าไม่มีกิจการ หรือเป็นลูกจ้างรัฐ ทำงานราชการ ผมก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่างานที่มั่นคงและทำให้เราอยู่กับเมืองได้จริงๆ คืออะไร  เพราะขอนแก่นไม่มีธุรกิจขนาดใหญ่ที่แบบว่ารองรับแรงงานจำนวนมาก เราไม่ได้มีนิคมอุตสาหกรรม มันไม่ได้มีอะไรขนาดนั้น เท่าที่สังเกตในตัวเมือง ถ้ามาสาย Creative หน่อย น้องใกล้จะจบ หรือเพิ่งจบใหม่ๆ เขาจะต้องใช้เวลาในตอนกลางคืนไปเล่นดนตรี เป็นบาร์เทนเดอร์ แล้วกลางวันหลายคนก็ไปเป็นบาริสต้า ทำงาน Call Center บ้าง รับจ้างชั่วคราวว่ากันไปตามเรื่อง ยิ่งพอหลังโควิด งานก็หายาก และงานที่มีเงินเดือน Support กับการอยู่ได้อย่างพอดี ก็หายากอยู่เหมือนกัน แล้วสถานการณ์แบบนี้แหละที่ทำให้เราเสีย Active People ไปเยอะ เพราะเมืองยังขาดช่องทางในการเติบโต ขาดโอกาส ขาดการร่วมออกแบบให้โอบรับคนที่หลากหลายแบบนี้ ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่จะอยู่ให้ได้ต้องกระเสือกกระสน และดิ้นรนน่าจะมากกว่าคนรุ่นผม หรือคนรุ่นก่อนด้วยซ้ำไปมั้ง  ผมมองว่าหากว่าโอกาสมีมากกว่านี้ ทุกคนไม่ต้องขวนขวายดิ้นรนกันอย่างนี้ ขอนแก่นจะน่าสนใจขึ้นอีกมาก จากที่น่าสนใจอยู่แล้วตอนนี้ ก็จะยิ่งน่าสนใจขึ้นๆ ไปอีก”

บุรินทร์ฑร ตันตระกูล
เจ้าของร้าน Wild Dog Bookshop

กองบรรณาธิการ

Recent Posts

[THE CITIZENS]<br />ปริยาพร วีระศิริ<br />เจ้าของแบรนด์ผ้าไหม “อภิรมย์ลำพูน”

“เป็นสิ่งวิเศษที่สุด ที่ผ้าไหมของจังหวัดลำพูนได้ปรากฏต่อสายตาผู้คนทั้งในและต่างประเทศ ทั้งเมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้การส่งเสริม และทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมยกดอกลำพูนในพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ และกระทั่งในปัจจุบัน สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 10 ก็ทรงส่งเสริมผ้าไหมไทย และฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมยกดอกลำพูนในพระราชพิธีสำคัญเช่นกัน ดิฉันเป็นคนลำพูน มีความภูมิใจในงานหัตถศิลป์การทอผ้าไหมยกดอกนี้มาก ๆ   และตั้งใจจะรักษามรดกทางวัฒนธรรม   ทำหน้าที่ส่งต่อถึงคนรุ่นต่อไป…

9 hours ago

[THE CITIZENS]<br />ไชยยง รัตนอังกูร<br />ผู้ก่อตั้ง ลำพูน ซิตี้ แลป

“ความที่โตมาในลำพูน เราตระหนักดีว่าเมืองเรามีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สูงมาก ทั้งยังมีบรรยากาศที่น่าอยู่ อย่างไรก็ดี อาจเพราะเป็นเมืองขนาดเล็ก ลำพูนมักถูกมองข้ามจากแผนการพัฒนาของประเทศ เป็นเหมือนเมืองที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่ถูกปลุกให้ตื่นความที่เราเคยทำงานที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ปัจจุบันคือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA - ผู้เรียบเรียง) ได้เห็นตัวอย่างความสำเร็จของกระบวนการพัฒนาย่านด้วยกรอบพื้นที่สร้างสรรค์ในหลายพื้นที่…

2 days ago

[THE CITIZENS]<br />ธีรธรรม เตชฤทธ์<br />ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดลำพูน

“ผมเป็นคนลำพูน และชอบทำกิจกรรมนอกห้องเรียนมาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันเป็นประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดลำพูน ควบคู่ไปกับกำลังศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จากประสบการณ์การทำงานในสภาฯ ทำให้ผมเห็นว่า เยาวชนลำพูนมีศักยภาพที่หลากหลาย แต่สิ่งที่ขาดไปคือเวทีที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงความสามารถและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการสนับสนุนจากโรงเรียนหรือโครงการของภาคเอกชน ปี 2567 พี่อร (ดร.สุดารัตน์ อุทธารัตน์…

3 days ago

[THE CITIZENS]<br />ชนัญชิดา บุณฑริกบุตร<br />ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน

“อาคารหลังนี้แต่ก่อนเป็นที่ประทับของเจ้าราชสัมพันธวงษ์ลำพูน (พุทธวงษ์ ณ เชียงใหม่) น้องเขยของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าหลวงองค์สุดท้ายของลำพูน อาคารถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2455 หลังจากนั้นก็ถูกขายให้พ่อค้าชาวจีนไปทำเป็นโรงเรียนหวุ่นเจิ้ง สอนภาษาจีนและคณิตศาสตร์ โรงเรียนนี้เปิดได้ไม่นานก็ต้องปิด เพราะสมัยนั้นรัฐบาลเพ่งเล็งว่าอะไรที่เป็นของจีนจะเกี่ยวข้องกับลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่หนูก็ไม่รู้หรอกว่าโรงเรียนนี้เกี่ยวข้องหรือเปล่า (ยิ้ม)  จากนั้นอาคารก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นโรงเรียนมงคลวิทยาในปี…

3 days ago

[THE CITIZENS]<br />นงเยาว์ ชัยพรหม<br />คนทำโคมจากชุมชนชัยมงคล

“เราโตมากับวัฒนธรรมของคนลำพูน ชอบไปเดินงานปอย ร่วมงานบุญ ก่อนหน้านี้ก็เคยทำงานรับจ้างทั่วไป จนเทศบาลฯ มาส่งเสริมเรื่องการทำโคม โดยมีสล่าจากชุมชนศรีบุญเรืองมาสอน เราก็ไปเรียนกับเขา ตอนนี้อาชีพหลักคือการทำโคม ทำมาได้ 2 ปีแล้ว  สำหรับเรา โคมคืองานศิลปะ เป็นสัญลักษณ์และมรดกที่ยึดโยงกับวัฒนธรรมของคนบ้านเรา ตอนแรกเราไม่มีความคิดเลยว่ามันจะกลายมาเป็นอาชีพได้…

4 days ago

[THE CITIZENS] อัญมณี มาตยาบุญ<br />ครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ ลำพูน ซิตี้ แลป

“ก่อนหน้านี้เราเป็นสถาปนิก และกระบวนกรจัดประชุมสัมมนาด้านวิชาการ โดยหลัก ๆ จะอยู่เชียงใหม่ ช่วงปี 2562 เรากลับลำพูนและเห็นเทศกาล River Festival Lamphun ริมแม่น้ำกวง รู้สึกตื่นตามาก ๆ ไม่เคยคิดว่าเราจะได้เห็นโชว์แสง…

4 days ago