CITY ON THE MOVE :
ปลดล็อคศักยภาพเมือง
ขวัญพัฒน์ สุทธิธรรมกิจ
เจ้าหน้าที่อาวุโสธนาคารโลกผู้รับผิดชอบประเทศไทย

Start
136 views
15 mins read

เมืองต้องมี KPI ใหม่ 1.ดึงดูดการลงทุน 2.จ้างงานที่มีคุณภาพ 3.สร้างเมืองน่าอยู่

“วันนี้ผมจะเล่าเรื่องคาร์บอนเครดิต แบ่งเป็น 3 เรื่องนะครับ
เรื่องแรก คือ เรื่องโอกาส เรื่องที่สองคือเรื่องคาร์บอนเครดิต เรื่องที่สามคือชวนทุกท่านมาร่วมกันทำแพลตฟอร์มการลงทุน

ผมขอเริ่มจากปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศของเราเสียก่อน โดยเฉพาะเรื่องความเหลื่อมล้ำ ถ้าดูจาก GDP ต่อหัวของประเทศเรานั้น บอกปรากฏการณ์อย่างหนึ่ง คือบ้านเราอยู่กันแบบรวยกระจุก จนกระจาย จากภาพนี้เราจะเห็นว่าอัตราความยากจนระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งฉีกถ่างออกจากกรุงเทพฯ อย่างมาก สิ่งที่เราจะต้องคุยกันวันนี้ และผมอยากจะชวนคิด คือ

ผมคิดว่าเมืองจะต้องเปลี่ยน 3 KPI ใหม่ ตัวที่หนึ่ง คือ ดึงเม็ดเงินการลงทุน ท้องถิ่นและเมืองไม่ควรเป็นแค่หน่วยบริการอย่างเดียว แต่ต้องดึงดูดการลงทุนได้อย่างมีแผนงาน มียุทธศาสตร์ KPI ตัวที่สอง เงินลงทุนต้องนำมาซึ่งการจ้างงานที่มีคุณภาพ สร้างงานให้กับคนในท้องถิ่น และ KPI ตัวที่สาม เมืองต้องน่าอยู่ เพราะถ้าเมืองไม่น่าอยู่ จะดึงคนเก่งมาไม่ได้ ผมชวนว่า KPI เมืองควรมีแค่ 3 ตัวนี้ และทุกอย่างที่ทำต้องถามว่าตอบโจทย์สามข้อนี้อย่างไร

[ งานวิจัยธนาคารโลกและบทเรียนจากต่างประเทศ ]
เมื่อปีที่แล้วธนาคารโลกศึกษาเรื่องเมืองที่ไม่ใช่กรุงเทพฯ พวกเราหลายคนอาจใช้คำว่า “เมืองรอง” แต่ในบริบทของงานนี้ คือมุ่งศึกษาเมืองใหญ่ที่ไม่ใช่กรุงเทพฯ เปรียบเทียบกับประสบการณ์ต่างประเทศ ตัวอย่างที่ยกมาเปรียบเทียบคือประเทศโปแลนด์ ข้อมูลปี 1980 เทียบกับประเทศไทย ดูจากกราฟจะสังเกตเห็นว่า ช่วงหลังโซเวียตล่มสลายได้ไม่นาน โปแลนด์สามารถกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นบริหาร จนสามารถดันให้เมืองเติบโตได้ โดยเฉพาะเรื่องการดึงเม็ดเงินลงทุน สิบยี่สิบปีต่อมาเกิดความถ่างระหว่างการพัฒนาเมืองของโปแลนด์กับไทย นี่คือเหตุผลที่ผมพูดเรื่อง KPI 3 ตัว เพื่อให้เห็นภาพว่าอีก 20 ปีข้างหน้า ไทยอาจจะทะยานขึ้นได้

อีกตัวอย่างหนึ่งคือประเทศจีน คือการตั้ง KPI เมืองให้ดึงการลงทุน จีนไม่ได้พึ่งแค่เมืองเดียว แต่มีมากถึง 30 กว่าเมืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่ไทยมีเพียงกรุงเทพฯ หนึ่งเครื่อง กับ EEC อีกครึ่งเครื่อง ถ้าเราไม่ปลดล็อกศักยภาพเมือง เศรษฐกิจไทยไม่มีทางโตเกิน 2%

โอกาสอีกอย่างที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือ ปีหน้าเราจะจัดประชุมใหญ่ IMF และ World Bank ที่กรุงเทพฯ มีประเทศสมาชิกเกือบ 190 ประเทศ คาดว่าจะมีคนมาประมาณ 15,000 คน ผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีการคลัง บริษัทระดับโลก นี่คือโอกาส แต่เรามีโจทย์เรื่องการเมือง สิ่งที่ World Bank ทำคือจัดทำรายงานเพื่อฉายวิสัยทัศน์ประเทศไทย ให้คนทั้งโลกเห็นว่าเรามีอะไร รายงานชี้ว่าเรามี 5 กลุ่มอุตสาหกรรม การผลิตขั้นสูง เช่น อาหารและเกษตร ท่องเที่ยวสุขภาพ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และดิจิทัล กลุ่มเศรษฐกิจเหล่านี้ไม่ใช่แค่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือ EEC แต่กระจายอยู่ทั่วประเทศ คำถามคือเมืองของทุกท่านอยู่ตรงไหน จะผสมอุตสาหกรรมอะไรเข้าไป

[ คาร์บอนเครดิต และโมเดล ESCO ]
คาร์บอนเครดิต หลัก ๆ คือช่วยเรื่องประหยัดค่าไฟ และสร้างรายได้เพิ่ม ESCO คือโมเดลที่ไม่ต้องใช้งบลงทุน เอกชนลงทุนให้ เทศบาลจ่ายจากค่าสาธารณูปโภค สิ่งใหม่คือการมัดรวมคาร์บอนเครดิต รวมหลายเทศบาลเพื่อขายในตลาดโลก หนึ่งตันคาร์บอนเครดิต ประมาณ 15 ดอลลาร์ หน่วยมัดรวมคาร์บอนเครดิตจะอยู่ที่ธนาคารกรุงไทย และมี World Bank สนับสนุนขายในตลาดสากล คาร์บอนเครดิตกำลังกลายเป็น asset class ใหม่ จริง ๆ โครงการนี้คุยกันมา 3 ปี ตอนนี้ ครม. อนุมัติแล้ว

หลังจากนี้จะติดต่อผ่านสมาคมเทศบาลฯ ขอข้อมูลทรัพย์สิน คำนวณการลงทุน ผลประหยัด และรายได้คาร์บอนเครดิต จุดสำคัญคือท่านไม่ต้องใช้งบลงทุน เอกชนลงทุนให้ จ่ายระยะยาวแบบเช่าซื้อ และเรามีไลเซนส์ในการเป็นโบรกเกอร์–ดีลเลอร์ของคาร์บอนเครดิตได้ เราได้มีการพูดคุยกับคณะกรรมการของตลาดหลักทรัพย์แล้ว

ถามว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นไปได้ไหม ทำไปทำไม คิดง่าย ๆ คือ ทุกท่านติดรูฟท็อปโซลาร์ไปแล้ว ให้นำมาคำนวณคาร์บอนเครดิตได้ มันจะเป็นการคำนวณเครดิตในอนาคต ถูกไหมครับ ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ท่านจะลดการใช้พลังงานได้เท่าไหร่ และได้เครดิตเท่าไหร่ ตรงนี้เราก็ไปแก้ระเบียบของ ก.ล.ต. ให้คาร์บอนเครดิตสามารถทำฟอร์เวิร์ดเทรดได้นะครับ ซึ่งตอนนี้แก้เรียบร้อยแล้ว มีกฎหมายรองรับแล้วด้วย

เพราะฉะนั้น เวลาที่เราจะขายคาร์บอนเครดิตชุดนี้ ท่านอาจจะถามว่าใครเป็นคนขายนะครับ เราจะตั้งแพลตฟอร์มการขายคาร์บอนเครดิตไว้ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แล้วตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะทำในลักษณะของออปชัน ลองไปหาผู้ซื้อมาทำฟอร์เวิร์ดคอนแทรกต์ให้กับผู้ซื้อแบบล่วงหน้า 10 ปี เพราะฉะนั้น กฎระเบียบที่เราวางเอาไว้นอกจากจะทำให้การลงทุนของท่านง่ายขึ้นแล้ว เรายังไปเปิดศักยภาพในอนาคตของประเทศไทย ในเรื่องการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิต และตอนนี้ก็มีการแก้ระเบียบรองรับ พร้อมที่จะเดินหน้าได้แล้วครับ”

> * ถอดความจากการบรรยายพิเศษ ในกิจกรรมประชุมใหญ่สมาคมเทศบาลนครและเมือง “เมืองหลากมิติ : ปลกล็อคศักยภาพเมืองฯ” วันที่ 13-14 ธันวาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษา ลำปาง