[The Citizens]
รศ. ดร. ศิริชัย คุณภาพดีเลิศ
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ (ERDI) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Start
44 views
18 mins read

ขยะไม่ใช่แค่ของที่เราโยนทิ้งไป แต่ทุกชิ้นคือเงินงบประมาณของเมืองที่ต้องนำมาจัดการ

ขยะเมืองเชียงใหม่ในวันนี้ 

“ต้องบอกก่อนว่าขยะของเมืองเชียงใหม่ในแต่ละวันมีปริมาณค่อนข้างมากนะครับ ยิ่งถ้านับทั้งจังหวัด ขยะที่นำไปฝังกลบจะอยู่ที่ราว 600 ตันต่อวัน แต่ถ้ามาดูเฉพาะในเขตเทศบาล ก็จะย่อส่วนลงมา อย่างเทศบาลนครเชียงใหม่จะมีขยะมากที่สุดเมื่อเทียบกับ อปท.อื่น ต่อวันก็จะอยู่ที่ราว ๆ 300 ตัน 

ในเรื่องการจัดการขยะ ทุกวันนี้การจัดการยังคงเน้นการฝังกลบเป็นหลัก ซึ่งเป็นที่มาว่าทำไมเราถึงพยายามริเริ่มแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้การฝังกลบลดลง เพราะอย่างที่เรารู้กันการฝังกลับมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เรียกว่าตั้งแต่ตอนจัดเก็บ ขนย้าย รถที่ใช้ก็ใช้น้ำมันสันดาป ที่ต้องขับไปไกลกว่าร้อยกิโลเมตร ค่าใช้จ่ายตรงนี้สูงมาก คิดคร่าว ๆ เป็นงบประมาณ 2,000 บาทต่อตัน สมมติวันหนึ่งมี 5-600 ตัน ก็เป็นค่าใช้จ่ายต่อวันจำนวนมหาศาล ดังนั้นผมอยากชวนพวกเราคิดกันใหม่ว่า ขยะไม่ใช่แค่ของที่เราโยนทิ้งไป แต่ทุกชิ้นคือเงินงบประมาณของเมืองที่ต้องนำมาจัดการ อย่างถ้าลองประเมินเฉพาะเทศบาลนครเชียงใหม่ ยังไม่รวมเทศบาลอื่น ๆ คิดคร่าวรวมแล้วเป็นงบประมาณหลายสิบล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นการสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ แทนที่งบประมาณเหล่านี้จะนำไปใช้พัฒนาเรื่องอื่น ก็กลายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อ “จ่ายเงินไปทิ้งขยะ”

เมื่อแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และมีระบบรองรับที่ปลายทาง ขยะจะไม่ใช่ภาระ แต่กลายเป็นพลังงานและโอกาสของเมือง

ขยะเมืองเชียงใหม่ในวันนี้ 

“ต้องบอกก่อนว่าขยะของเมืองเชียงใหม่ในแต่ละวันมีปริมาณค่อนข้างมากนะครับ ยิ่งถ้านับทั้งจังหวัด ขยะที่นำไปฝังกลบจะอยู่ที่ราว 600 ตันต่อวัน แต่ถ้ามาดูเฉพาะในเขตเทศบาล ก็จะย่อส่วนลงมา อย่างเทศบาลนครเชียงใหม่จะมีขยะมากที่สุดเมื่อเทียบกับ อปท.อื่น ต่อวันก็จะอยู่ที่ราว ๆ 300 ตัน 

ในเรื่องการจัดการขยะ ทุกวันนี้การจัดการยังคงเน้นการฝังกลบเป็นหลัก ซึ่งเป็นที่มาว่าทำไมเราถึงพยายามริเริ่มแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้การฝังกลบลดลง เพราะอย่างที่เรารู้กันการฝังกลับมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เรียกว่าตั้งแต่ตอนจัดเก็บ ขนย้าย รถที่ใช้ก็ใช้น้ำมันสันดาป ที่ต้องขับไปไกลกว่าร้อยกิโลเมตร ค่าใช้จ่ายตรงนี้สูงมาก คิดคร่าว ๆ เป็นงบประมาณ 2,000 บาทต่อตัน สมมติวันหนึ่งมี 5-600 ตัน ก็เป็นค่าใช้จ่ายต่อวันจำนวนมหาศาล ดังนั้นผมอยากชวนพวกเราคิดกันใหม่ว่า ขยะไม่ใช่แค่ของที่เราโยนทิ้งไป แต่ทุกชิ้นคือเงินงบประมาณของเมืองที่ต้องนำมาจัดการ อย่างถ้าลองประเมินเฉพาะเทศบาลนครเชียงใหม่ ยังไม่รวมเทศบาลอื่น ๆ คิดคร่าวรวมแล้วเป็นงบประมาณหลายสิบล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นการสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ แทนที่งบประมาณเหล่านี้จะนำไปใช้พัฒนาเรื่องอื่น ก็กลายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อ “จ่ายเงินไปทิ้งขยะ”

Food Watse การจัดการ และงานของ EDRI-CMU  

“ต้องเรียนว่า food waste เป็นขยะอินทรีย์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเน่าเสียได้ง่าย ถ้าเพียงทิ้งแค่วันสองวันก็จะเกิดกลิ่นเหม็น ดังนั้นการจัดการขยะอินทรีย์หรือ food waste จึงเป็นขยะลำดับแรก ๆ ที่เราต้องรีบทำ เพราะถือว่าเป็นตัวก่อปัญหามากที่สุด 

ทางสถาบัน EDRI จึงพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ และสร้างโรงงานต้นแบบขึ้นมา โดยเราสร้างใช้พื้นที่แม่เหียะของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นโรงจัดการขยะแบบครบวงจรที่มุ่งเน้นขยะอินทรีย์ และเปลี่ยนขยะเหล่านี้ให้เป็นพลังงาน

กระบวนการจริง ๆ ไม่ได้ซับซ้อน เราเริ่มที่มช.ก่อน ตั้งแต่ต้นทางเรามีการจัดถังขยะสำหรับ food waste โดยเฉพาะ และมีกิจกรรมรณรงค์ให้นักศึกษาช่วยแยกเศษอาหารก่อนลงถังทุกครั้ง ไม่ว่าจะกินเหลือหรือกินไม่หมดจากเรานำขยะอินทรีย์เข้าสู่ระบบหมักก๊าซ ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานทดแทนได้

เมื่อเรามีกำลังการผลิตที่เหลือ ก็เริ่มชวนเทศบาลโดยรอบเข้ามาร่วม เพราะเทศบาลเองก็มี pain point เรื่อง food waste อยู่แล้ว หากจัดการช้า จะเกิดกลิ่น หรือระหว่างการขนไปฝังกลบอาจเกิดการรั่วไหล มีปัญหาต่าง ๆ ตามมา จึงถือว่าเริ่มจาก มช. เป็นพื้นที่ต้นแบบ แล้วค่อยขยายความร่วมมือไปยังเทศบาลโดยรอบ

เราอยู่ในพื้นที่เทศบาลแม่เหียะ จึงถือว่าการจัดการขยะเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน เทศบาลแม่เหียะทำงานร่วมกับเรามาหลายปี โดยเริ่มจากการจัดการ food waste ผ่านการชักชวนร้านค้าและร้านอาหารในพื้นที่ให้นำขยะอินทรีย์เข้าสู่ระบบ ช่วงแรกดำเนินการแบบตรงไปตรงมา ก่อนจะพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลภายใต้การสนับสนุนจาก บพท. เพื่อให้ร้านค้าขึ้นทะเบียน บันทึกปริมาณขยะ และจัดการระบบเก็บขนอย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบนี้ช่วยให้สามารถติดตามข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ และเมื่อขยะอินทรีย์ถูกนำมาแปรรูปเป็นพลังงาน ยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ร้านค้าที่เข้าร่วมหลายแห่งได้รับการรับรองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการลดคาร์บอนของเมือง ทำให้โครงการไม่ใช่เพียงการจัดการขยะ แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม

ศูนย์บริหารจัดการชีวมวลของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับสังคม มีผู้เข้าศึกษาดูงานหลายพันคนต่อปี ครอบคลุมทั้งนักวิจัย สถานศึกษา หน่วยงานรัฐ นักเรียน นักศึกษา และผู้กำหนดนโยบาย พร้อมความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงาน และกระทรวงทรัพยากรฯ

เป้าหมายสำคัญคือการเผยแพร่องค์ความรู้และขยายโมเดลนี้ไปยังพื้นที่อื่น หลังพิสูจน์แล้วว่าสามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืนมากว่าเจ็ดปี และช่วยลดการฝังกลบได้มากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเทศบาลต่าง ๆ และการผลักดันเชิงนโยบาย โดยย้ำว่า หากเมืองจัดการขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทางและมีระบบรองรับที่ปลายทาง ขยะส่วนใหญ่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ แทบไม่จำเป็นต้องฝังกลบอีกต่อไป”

สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ERDI-CMU)
155 Moo 2 ตำบล แม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50100
โทร. 053-942007, facebook.com/erdicmu, erdi.cmu.ac.th