การจะทำให้เมืองเราเป็นเมืองอัจฉริยะ
ปัจจัยสำคัญที่ต้องมี
คือการมีโรงเรียนที่ตอบโจทย์การศึกษาด้านเทคโนโลยี
“เวลาพูดถึงโรงเรียนในสังกัดเทศบาล หรือกระทั่งโรงเรียนวัดเนี่ย คนส่วนมากมักนึกถึงการเป็นโรงเรียนขยายโอกาส หรือทางเลือกสุดท้าย ไม่ใช่ทางเลือกหลักของผู้ปกครองส่วนใหญ่นัก
อย่างไรก็ตาม กับโรงเรียนทั้ง 8 แห่งในสังกัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโรงเรียนวัดทั้งหมดด้วย กลับแตกต่างออกไป เพราะที่นี่กลายเป็นโรงเรียนที่เด็ก ๆ ในนครต้องสอบแข่งขันเพื่อเข้าเรียน กลายเป็นโรงเรียนชั้นนำในกลุ่มปฐมวัยไป
สิ่งนี้ต้องยกเครดิตให้นายกเทศมนตรีสมนึก เกตุชาติ นายกเทศมนตรีท่านก่อนที่วางรากฐานการศึกษาไว้อย่างเข้มข้นมาหลายสิบปี ที่ทำให้โรงเรียนวัดต่าง ๆ ของเทศบาลฯ กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะเด็กนักเรียนหัวกะทิ ก่อนไปเรียนต่อในโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศต่อไป
ซึ่งพอมาถึงรุ่นดร.โจ (กณพ เกตุชาติ) นายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน ก็ได้มีการสานต่อให้เข้มข้นสอดรับไปกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยยิ่งขึ้นไปอีก
อย่างตัวครูเองที่สอนที่โรงเรียนเทศบาลวัดเสมาเมือง นอกจากจะมีหลักสูตร MEP (Mini English Program) ที่เข้มข้นทั้งภาษาอังกฤษและไทย และ SMEP (Science Math Enrichment Program) หรือหลักสูตรพัฒนาความสามารถทางวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ ล่าสุดในปี 2565 โรงเรียนยังได้ทำ MOU กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำเทคโนโลยีเมตาเวิร์ส (Metaverse) มาใช้ในการเรียนการสอน โดยผู้อำนวยการ เกรียงไกร วุฒิมานพ ยังมอบหมายให้ครูเป็นหัวหน้าโครงการเทคโนโลยีโลกเสมือนนำร่องด้วย
โครงการนี้เราใช้ระบบที่ชื่อว่า EON-XR มาเป็นแพลตฟอร์มการเรียนการสอนในรูปแบบ AR พร้อมการใช้แว่น AR เป็นสื่อการเรียนการสอน ทั้งการสร้างโมเดลเสมือนเพื่อเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าให้เด็ก ๆ เรียนเรื่องการทำงานของหัวใจ เจ้าเครื่องนี้ก็สร้างโลกเสมือนให้เด็ก ๆ เหมือนได้เข้าไปดูโครงสร้างภายในของหัวใจมนุษย์
หรือการเรียนรู้เรื่องความร้อน โปรแกรมก็สามารถเจเนอเรตภาพของน้ำในอุณหภูมิห้องที่ค่อย ๆ ถูกความร้อนในระดับต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงมันได้เช่นกัน
เช่นเดียวกับการเรียนภาษาต่างประเทศ อย่างถ้าเป็นชั่วโมงเรียนภาษาจีน ก็สามารถให้โปรแกรมทำภาพเสมือนของตัวอักษรจีนขึ้นมาควบคู่ไปกับรูปจริงของคำศัพท์นั้น ๆ สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยกระตุ้นการเรียนรู้อย่างสนุก แต่ยังเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ สามารถครีเอตโมเดลต่าง ๆ ตามแต่จินตนาการของเขาเองได้ด้วย ซึ่งก็ตอบโจทย์กับวิชาที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์
แน่นอน ถ้าย้อนกลับมาที่ผู้สอนอย่างครู เทคโนโลยีเหล่านี้ใหม่มาก ๆ สำหรับเรา เด็ก ๆ เขายังเรียนรู้ได้เร็วกว่าพวกเราอีก สิ่งนี้ก็กระตุ้นให้ครูผู้สอน ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ต้องศึกษาเรียนรู้ให้มากขึ้น เพื่อให้ทันสื่อการสอนที่เราใช้
ครูมองว่าการจะทำให้เมืองเราเป็นเมืองอัจฉริยะ ปัจจัยสำคัญที่ต้องมีคือการที่เมืองมีสมาร์ทสคูล (Smart School) มีโรงเรียนและหลักสูตรที่ปลูกฝังให้เด็กเท่าทันและรู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมาอำนวยความสะดวกการเข้าถึงความรู้ ไปจนถึงการใช้ชีวิต ซึ่งสิ่งที่โรงเรียนเราและโรงเรียนอื่น ๆ กำลังทำอยู่ ก็ถือเป็นการวางรากฐานที่มั่นคง
สำหรับครู ตอนนี้เมืองนครมีความเป็นสมาร์ทซิตี้ระดับหนึ่งแล้วนะ เพราะเรามีแอปพลิเคชันที่ทุกคนใช้งานและเห็นผลได้จริง และมีระบบต่าง ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาค่อนข้างครอบคลุมแล้ว ส่วนตัวครูว่าในอนาคต ถ้าเมืองดึงศักยภาพของเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนมาใช้กับสาธารณูปโภคต่าง ๆ รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ ถึงจุดนั้น ครูว่าเราสามารถพูดได้ว่า เมืองนครคือต้นแบบเมืองอัจฉริยะที่เติบโตไปพร้อมกับความน่าอยู่ได้อย่างเต็มปากค่ะ”
หมายเหตุ : โครงการ Metaverse Classroom ของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้รับรางวัลระดับดี ด้านพลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) จากโครงการประกวด Smart City Solutions Awards 2023 ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)
#เทศบาลนครนครศรีธรรมราช #CIAP #มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ #มหาวิทยาลัยมหาสารคาม #WECITIZENS #บพท #PMUA #เมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด