[THE CITIZENS]ไชยยง รัตนอังกูรผู้ก่อตั้ง ลำพูน ซิตี้ แลป

“ความที่โตมาในลำพูน เราตระหนักดีว่าเมืองเรามีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สูงมาก ทั้งยังมีบรรยากาศที่น่าอยู่ อย่างไรก็ดี อาจเพราะเป็นเมืองขนาดเล็ก ลำพูนมักถูกมองข้ามจากแผนการพัฒนาของประเทศ เป็นเหมือนเมืองที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่ถูกปลุกให้ตื่น

ความที่เราเคยทำงานที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ปัจจุบันคือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA – ผู้เรียบเรียง) ได้เห็นตัวอย่างความสำเร็จของกระบวนการพัฒนาย่านด้วยกรอบพื้นที่สร้างสรรค์ในหลายพื้นที่ จึงย้อนกลับมามองบ้านเกิดเราว่าจริง ๆ เมืองเราก็เป็นแบบนั้นได้ โดยที่ผ่านมา เราก็ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเอกชนต่าง ๆ ในการประสานความร่วมมือกับชุมชนและคนรุ่นใหม่ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของเมือง


จุดเปลี่ยนที่สำคัญมาจากการที่บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้งบประมาณเรามาก้อนหนึ่ง อยากให้จัดงาน River Festival ในช่วงเทศกาลลอยกระทงปี 2562 เขามีชุดไฟและเครื่องเสียงระดับจัดเทศกาลดนตรีใหญ่ ๆ ได้สบายเลยมาให้ แต่ไม่มีทีมงานสร้างสรรค์ จากที่เราทำงานเมืองมาหลายโพรเจกต์ก่อนหน้า ก็เลยรวบรวมทีมเครือข่ายคนรุ่นใหม่และนักเรียนจากโรงเรียนในลำพูนมาช่วยกันจัดงานนี้ ตั้งแต่การเก็บขยะ เคลียร์พื้นที่ ดูแลต้นไม้ริมน้ำ และออกแบบทิศทางของแสง สี และเสียง เพื่อให้ขับเน้นความงามของภูมิทัศน์แม่น้ำยามค่ำคืน เว้นก็แค่ช่างเทคนิคจากกรุงเทพฯ ทีมงานที่จัด River Festival คือคนลำพูนทั้งหมด

งานในปีนั้นไม่เพียงประสบความสำเร็จด้วยดี แต่ทำให้เราเห็นความหวังในการปลุกเมืองที่หลับใหลเมืองนี้ ให้ตื่นขึ้นจากความร่วมแรงของคนรุ่นใหม่ ซึ่งพอเป็นแบบนั้น เราจึงคิดว่าเมืองมันต้องมีกลไกที่เป็นทางการมาขับเคลื่อน จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง ลำพูน ซิตี้ แลป (Lamphun City Lab) ในปีเดียวกัน 


นี่คือกลุ่มของคนทำงานเพื่อพัฒนาเมืองลำพูน ซึ่งประกอบไปด้วย นักกิจกรรม นักออกแบบ สถาปนิก และอื่น ๆ ทำหน้าที่เป็น Think Tank ที่ประสานงานร่วมกับภาครัฐและเอกชน ช่วยเติมเต็มสิ่งที่เมืองขาด อาทิ การออกแบบเทศกาลให้เชื่อมโยงกับคนในพื้นที่ หรือการผลักดันให้ชุมชนมีบทบาทในกิจกรรมของภาครัฐ โดยเน้นบทบาทของนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ เป็นต้น เราหวังจะทำให้โมเดลนี้เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมในอนาคต ไม่ใช่กลุ่มที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจแล้วก็แยกย้ายกันไป

สำนักงานเราอยู่ที่ Temple House คาเฟ่และแกลเลอรีที่ ดร.สิงห์ อินทรชูโต หนึ่งในผู้ก่อตั้ง รีโนเวตจากอาคารพาณิชย์เก่าหลังวัดพระธาตุหริภุญชัย ด้วยทำเลที่อยู่กลางเมือง และมีรูปแบบคล้ายห้องรับแขกของเมืองด้วย เราใช้ที่นี่เป็นที่จัดประชุมเครือข่ายคนลำพูนต่าง ๆ มาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ โดยโฟกัสที่ลำพูนทั้งจังหวัด แต่ช่วงแรกก็เริ่มที่ตัวเมืองในเขตเทศบาลก่อน แล้วค่อยขยับขยายกันไป

เราทำโครงการกันหลากหลาย ตั้งแต่นิทรรศการที่ใช้พื้นที่โกดังร้างกลางเมืองมาเป็นที่จัดงาน นิทรรศการเกี่ยวกับจินตภาพเมืองลำพูนที่คนอยากเห็น โครงการส่งเสริมการเดินเท้า กิจกรรมส่งเสริมนิเวศศิลปะและหัตถกรรมร่วมสมัย ไปจนถึงการร่วมกับเทศบาลฯ ออกแบบกิจกรรมในเทศกาลโคมแสนดวง เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจับจ่ายในเมืองเราช่วงเทศกาลให้นานขึ้น หรือล่าสุดกับการชวนเครือข่ายชุมชนมาร่วมกันกำหนดทิศทางการใช้งานอาคารศาลากลางหลังเก่า เป็นต้น


ถามว่าเราเอาเงินจากไหนมาจัดกิจกรรม ส่วนสำคัญเลยคือ ลำพูน ซิตี้ แลป ยังรับเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทเอกชนในการทำ CSR ต่าง ๆ เราก็นำรายได้ส่วนนี้มาขับเคลื่อนกิจกรรม ซึ่งส่วนหนึ่งเราก็ชวนบริษัทเอกชนเหล่านั้น มาซัปพอร์ตกิจกรรมที่เกิดในเมืองลำพูนด้วย จึงได้ประโยชน์กันทั้งสองทาง

ถามว่าอยากเห็นลำพูน ‘ตื่น’ อย่างไร จริง ๆ คำถามนี้น่าจะไปถามคนรุ่นใหม่มากกว่านะครับ (ยิ้ม) แต่ส่วนตัวผมก็มองไม่ต่างจากคนอื่นเท่าไหร่ ก็อยากเห็นบ้านเกิดเราเป็นเมืองที่น่าอยู่ เป็นเมืองที่คนอยากมาอยู่ ใครอยากมาเที่ยวก็มา เรายินดีต้อนรับ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เราอยากให้คนลำพูนมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนตัวผมเป็นคนที่นี่ ผมเลยเชื่อว่าถ้าคนที่นี่มีความสุข คนที่มาเที่ยวหรือคนที่มาอยู่ ก็ต้องมีความสุข” 

https://www.facebook.com/lamphuncitylab

#lamphuncitylab #เทศบาลเมืองลำพูน #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #CIAP #โปรแกรมบ่มเพาะและเร่งรัดกระบวนการเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด #บพท #pmua #wecitizens

Wecitizens Editor

Recent Posts

[THE CITIZENS]<br />ธีรธรรม เตชฤทธ์<br />ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดลำพูน

“ผมเป็นคนลำพูน และชอบทำกิจกรรมนอกห้องเรียนมาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันเป็นประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดลำพูน ควบคู่ไปกับกำลังศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จากประสบการณ์การทำงานในสภาฯ ทำให้ผมเห็นว่า เยาวชนลำพูนมีศักยภาพที่หลากหลาย แต่สิ่งที่ขาดไปคือเวทีที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงความสามารถและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการสนับสนุนจากโรงเรียนหรือโครงการของภาคเอกชน ปี 2567 พี่อร (ดร.สุดารัตน์ อุทธารัตน์…

2 days ago

[THE CITIZENS]<br />ชนัญชิดา บุณฑริกบุตร<br />ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน

“อาคารหลังนี้แต่ก่อนเป็นที่ประทับของเจ้าราชสัมพันธวงษ์ลำพูน (พุทธวงษ์ ณ เชียงใหม่) น้องเขยของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าหลวงองค์สุดท้ายของลำพูน อาคารถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2455 หลังจากนั้นก็ถูกขายให้พ่อค้าชาวจีนไปทำเป็นโรงเรียนหวุ่นเจิ้ง สอนภาษาจีนและคณิตศาสตร์ โรงเรียนนี้เปิดได้ไม่นานก็ต้องปิด เพราะสมัยนั้นรัฐบาลเพ่งเล็งว่าอะไรที่เป็นของจีนจะเกี่ยวข้องกับลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่หนูก็ไม่รู้หรอกว่าโรงเรียนนี้เกี่ยวข้องหรือเปล่า (ยิ้ม)  จากนั้นอาคารก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นโรงเรียนมงคลวิทยาในปี…

3 days ago

[THE CITIZENS]<br />นงเยาว์ ชัยพรหม<br />คนทำโคมจากชุมชนชัยมงคล

“เราโตมากับวัฒนธรรมของคนลำพูน ชอบไปเดินงานปอย ร่วมงานบุญ ก่อนหน้านี้ก็เคยทำงานรับจ้างทั่วไป จนเทศบาลฯ มาส่งเสริมเรื่องการทำโคม โดยมีสล่าจากชุมชนศรีบุญเรืองมาสอน เราก็ไปเรียนกับเขา ตอนนี้อาชีพหลักคือการทำโคม ทำมาได้ 2 ปีแล้ว  สำหรับเรา โคมคืองานศิลปะ เป็นสัญลักษณ์และมรดกที่ยึดโยงกับวัฒนธรรมของคนบ้านเรา ตอนแรกเราไม่มีความคิดเลยว่ามันจะกลายมาเป็นอาชีพได้…

3 days ago

[THE CITIZENS] อัญมณี มาตยาบุญ<br />ครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ ลำพูน ซิตี้ แลป

“ก่อนหน้านี้เราเป็นสถาปนิก และกระบวนกรจัดประชุมสัมมนาด้านวิชาการ โดยหลัก ๆ จะอยู่เชียงใหม่ ช่วงปี 2562 เรากลับลำพูนและเห็นเทศกาล River Festival Lamphun ริมแม่น้ำกวง รู้สึกตื่นตามาก ๆ ไม่เคยคิดว่าเราจะได้เห็นโชว์แสง…

4 days ago

[THE CITIZENS]<br />เจริญ คำพรหม และ แสงทอง คำพรหม <br />กลุ่มทำโคมชุมชนสันป่ายางหลวง

“ผมเคยทำงานที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยมาก่อน พอเกษียณก็มาเป็นอาสาสมัครชุมชน และก็อยู่บ้านเฉย ๆ จนเทศบาลเขาชวนผมกับภรรยาไปเรียนทำโคม เพื่อจะให้ชุมชนเราผลิตโคมไปขายให้กับเทศบาลฯ ต่อ  ชุมชนเรา (ชุมชนสันป่ายางหลวง) เป็นชุมชนแรกที่เข้าไปเรียนทำโคม น่าจะ 6-7 ปีก่อนได้ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะจริงจังอะไรนัก แค่เห็นว่าเป็นงานฝีมือที่น่าสนใจ และสามารถสร้างรายได้เสริมได้ด้วย แต่ทำไปทำมาชักสนุก…

4 days ago

[THE INSIDER] จำรัส กันทะสัก<br />อดีตรองปลัดเทศบาลเมืองลำพูน (ปัจจุบัน ปลัดเทศบาลตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน)

“ผมเกิดและโตที่ลำพูน บ้านผมอยู่นอกเขตเทศบาล แต่ห่างจากเมืองแค่ 6 กิโลเมตร ตอนเด็กเรียนโรงเรียนประถมแถวบ้าน ก่อนเข้าเรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนวัดพระธาตุหริภุญชัย ผมบวชเรียนอยู่ 2 ปี แล้วจึงย้ายไปเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนประจำจังหวัดหลังจากเรียนจบ ผมเข้ารับราชการ งานแรกอยู่ที่เชียงใหม่ ก่อนจะย้ายไปหลายเมือง กระทั่งได้กลับมาประจำที่เทศบาลเมืองลำพูนเมื่อธันวาคม…

5 days ago