“หลังจากทำงานเป็นโปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ที่กรุงเทพฯ ได้สิบกว่าปี มันก็ถึงจุดจุดหนึ่งที่ผมรู้สึกถึงความไม่ยั่งยืน จริงอยู่ รายการที่ผมทำค่อนข้างประสบความสำเร็จ แต่งานในวงการบันเทิงเนี่ยมันมีวาระของมัน ประกอบกับตอนนั้นแม่ก็เริ่มมีอายุมากขึ้นแล้ว แต่แกก็ยังคงเปิดร้าน ไม่ยอมหยุดทำงานสักที ผมจึงคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างให้เขารู้สึกวางใจที่เห็นว่าเรามีความมั่นคง ความคิดเรื่องการทำธุรกิจที่พักก็เริ่มขึ้น
แต่ก่อน ผมไม่เคยมองว่าพนัสนิคมจะเป็นเมืองท่องเที่ยวเลย แต่มองอีกมุม พนัสนิคมก็ไม่เคยมีที่พักที่สามารถรับรองแขกผู้ใหญ่สักเท่าไหร่ ถ้าใครมาแต่งงานที่พนัสนิคม แขกงานแต่งเขาอาจต้องไปนอนชลบุรีแล้วขับรถมา จากเดิมที่คิดว่าเราจะปลูกบ้านสักหลังไว้อยู่เองตอนกลับมาเยี่ยมแม่ จึงแบ่งพื้นที่ทำเป็นที่พักแบบบูติกโฮเทลไปด้วย
นั่นล่ะ พอคิดจะทำโรงแรมจริงจัง คำถามก็คือแล้วถ้าแขกที่มาพักถามเราว่าพนัสนิคมมีที่เที่ยวอะไร หรือมีอะไรให้ดูบ้าง แล้วเราจะตอบเขายังไง ผมก็เลยเริ่มขี่จักรยานออกจากที่พักไปตามย่านต่าง ๆ สะพายกล้องไปตัวนึง แล้วไล่ถ่ายรูปเก็บไว้ ช่วงนั้นผมยังทำงานที่กรุงเทพฯ ก็อาศัยวันหยุดกลับมานอนบ้าน และไล่ถ่ายรูปมุมสวย ๆ เก็บไว้หมด ซึ่งผมพบว่าบ้านเกิดตัวเองเนี่ย มันมีย่าน มีตึก มีตลาด มีสะพาน มีสวน มีร้านรวงเก่าแก่ที่สวยงามไม่น้อยเลยนะ
จากนั้นก็คัดรูปที่ได้มาพรินต์ใส่กรอบ ทำเป็นแกลเลอรีภาพถ่ายที่บ้าน ชื่อ I-Destiny Gallery Resort จึงมีที่มาเช่นนี้ ผมอยากให้มันเป็นที่พักที่เป็นแกลเลอรีภาพถ่ายของดีของเมืองพนัสนิคมไปพร้อมกัน และก็ตั้งใจว่า ถ้าแขกที่มาพักกับเรา คุณไม่ต้องเอาแต่ถ่ายรูปอยู่โรงแรมหรอก ออกไปเดินเล่นรอบเมือง คุณจะเจอของดีที่ซ่อนอยู่อีกเพียบ
และกลายเป็นว่าเพจเฟซบุ๊กที่ผมตั้งใจเอาไว้ขายที่พัก ทุกวันนี้มันกลายเป็นเพจลงรูปเมืองหรือรูปเทศกาลในพนัสนิคมที่ผมถ่ายพร้อมเขียนบันทึกถึงสถานที่ต่าง ๆ ไปเสียอย่างนั้น แล้วก็ดันมีคนติดตามเยอะมากเลยนะ จากตั้งใจทำโรงแรม พอเมืองมีงานอะไร เขาก็ชวนผมไปถ่ายรูป มีกระทั่งคนพนัสฯ มาจ้างให้ถ่ายรูปให้ด้วย แต่ผมไม่รับนะ (หัวเราะ) ผมมองว่าเป็นงานอดิเรกของผมที่ได้บอกเล่าเรื่องราวของเมืองให้ผู้คนได้รับรู้มากกว่า โดยหลังจากทำโรงแรมได้ 2 ปี ผมก็ตัดสินใจย้ายกลับมาบ้านเกิดอย่างถาวร
พอผมเปิดโรงแรมนี้ได้ครบ 5 ปี สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเมืองนี้ ก็ทำให้ผมมั่นใจว่าเมืองมีของดีที่พร้อมจะนำไปต่อยอดสร้างโอกาสใหม่ ๆ เลยเริ่มจัด ‘งานพนัสบันดาลใจ’ เป็นโชว์เคสเล็ก ๆ ที่ผมเปลี่ยนลานจอดรถของโรงแรม ทำเป็นตลาด Art & Craft ของคนพนัสฯ ชวนนักสร้างสรรค์นำงานจักสานที่คนบ้านเราทำอยู่แล้ว มาดีไซน์ใหม่ให้ร่วมสมัย ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับดีเลย จนสุดท้ายก็เลยมีอีกธุรกิจผุดขึ้นมาคือ I-Destiny Craft เป็นงานคราฟต์ร่วมสมัยของคนพนัสฯ แล้วหลังจากนั้นมันก็มีโพรเจกต์อื่น ๆ ผุดมาอีกเพียบ ทั้งการเล่าเรื่องเมือง การส่งเสริมงานหัตถกรรม ไปจนถึงอิเวนต์เกี่ยวกับ Food & Beverage
I-Destiny Gallery Resort กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 10 แล้วครับ ตอนแรกที่เริ่มธุรกิจนี้ ผมไม่มีความคิดเลยว่าเราจะเข้าถึงโอกาสได้มากขนาดนี้ จริงอยู่ ทุกวันนี้พนัสนิคมยังคงประสบปัญหาที่ว่าเมืองยังไม่มีพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโต ซึ่งมันเกิดขึ้นในแทบจะทุกเมืองเล็ก ๆ ทั่วโลก แต่อย่างน้อยที่สุด สิ่งที่ผมทำมันอาจจะไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่พอเห็นโอกาส เราอาจเปลี่ยนเมืองทั้งเมืองไม่ได้ แต่เราสามารถทำในพื้นที่เล็ก ๆ ของเราได้
และที่สำคัญ เรื่องของเมืองเป็นเรื่องของทุกคน การที่ผู้ใหญ่และคนในเมืองมองเห็นสิ่งที่เราทำอยู่ และเข้ามาช่วยสนับสนุน ผมว่านี่คือกำลังใจและแรงผลักดันที่ดีมาก ๆ ซึ่งต้องขอบคุณชาวพนัสทุกคน และ บพท. ที่มาช่วยส่งเสริมและต่อยอด เพื่อให้พนัสนิคมมีความยั่งยืน และสามารถเป็นต้นแบบให้ชุมชนหรือเมืองอื่น ๆ ได้
และจากที่ไม่ได้อินอะไรกับบ้านเกิดตัวเอง พอได้เรียนรู้มากเข้า มันกลับทำให้ผมรู้สึกภูมิใจที่เป็นคนพนัสฯ และมีส่วนทำให้ใครหลายคนมองเห็นมุมใหม่ ๆ ของพนัสนิคมอย่างทุกวันนี้”
___
ติดตาม I-Destiny Gallery Resort ได้ที่ https://www.facebook.com/iDestinyGalleryResort
#idestinygalleryresort #โปรแกรมบ่มเพาะและเร่งรัดกระบวนการเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด #บพท #pmua #wecitizens
ขยะไม่ใช่แค่ของที่เราโยนทิ้งไป แต่ทุกชิ้นคือเงินงบประมาณของเมืองที่ต้องนำมาจัดการ ขยะเมืองเชียงใหม่ในวันนี้ “ต้องบอกก่อนว่าขยะของเมืองเชียงใหม่ในแต่ละวันมีปริมาณค่อนข้างมากนะครับ ยิ่งถ้านับทั้งจังหวัด ขยะที่นำไปฝังกลบจะอยู่ที่ราว 600 ตันต่อวัน แต่ถ้ามาดูเฉพาะในเขตเทศบาล ก็จะย่อส่วนลงมา อย่างเทศบาลนครเชียงใหม่จะมีขยะมากที่สุดเมื่อเทียบกับ อปท.อื่น ต่อวันก็จะอยู่ที่ราว ๆ 300…
พื้นที่กว่า 400 ไร่ของเรา เป็นพื้นที่สีเขียวมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ทำหน้าที่เป็นปอดของเชียงใหม่ ดูดซับคาร์บอนได้หลายพันตันต่อปี อุทยานหลวงราชพฤกษ์ในฐานะพื้นที่เรียนรู้ “จริง ๆ ภารกิจหลักของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ในวันนี้ คือการเป็น “พื้นที่แห่งการเรียนรู้”อุทยานแห่งนี้ได้รับพระราชทานนามจากในหลวงรัชกาลที่ 9…
ยกระดับเมืองด้วยการจัดการขยะร้านอาหารเมื่อผู้ประกอบการร้านอาหารแม่เหียะ เปลี่ยนวิกฤตขยะอาหารเป็นโอกาส "เมื่อเราเริ่มจัดการ Food Waste จริงจัง จากที่ต้องให้รถขยะมารับทุกวัน ก็เปลี่ยนเป็นสัปดาห์ละ 4 วัน ช่วยลดทั้งขยะ และลดการปลดปล่อยคาร์บอนจากการขนส่ง” “คุณรู้ไหมทั้งจังหวัดเชียงใหม่ วันนี้เรามีร้านอาหารอยู่ร่วม ๆ 12,800 ร้าน จากที่ผมทำงานให้กับสมาคม…
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทศบาลเมืองแม่เหียะถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในต้นแบบสมาร์ทซิตี้ระดับเทศบาลเมือง ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการเมือง ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของเมืองก็พาเอาความท้าทายใหม่ ๆ ตามมาด้วย โดยเฉพาะปัญหาการจัดการขยะ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของ WeCitizens ฉบับพิเศษ ‘แม่เหียะเมืองน่าอยู่’ ของชวนทุกท่านไปร่วมอ่านมุมคิดของนายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ…
บทสนทนาว่าด้วยเสียงของคนลำปาง ถึงสังคม เศรษฐกิจ และความหวังกับอนาคต จากกลุ่ม ‘ลำลอง’ คงไม่ต้องแนะนำกันแล้วว่ากลุ่มลำลองคือใคร เพราะกิจกรรมสร้างสรรค์ งานสื่อสารที่ร่วมสมัย ไอเดียเคลื่อนการพัฒนาเมืองลำปางให้ไปข้างหน้า และความแตกต่าง ถูกคิด ถูกทำ และถูกทำให้เห็นจริงว่า ถ้าอยากให้เมืองมีอะไร เป็นแบบไหน…
สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การวางรากฐานที่แข็งแรงให้ผู้คนรู้สึกว่าการมีส่วนร่วมในการลงทุน นั้นจับต้องได้และไว้ใจได้ "ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เราทุกคนคงสัมผัสได้ว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก วันนี้บางเรื่องใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบการเงินก็สามารถพัฒนาไปไกลกว่าที่เคยเป็น โครงสร้างเดิม ๆ ที่เราเคยคุ้นชินกำลังถูกท้าทายด้วยนวัตกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบการชำระเงิน เทคโนโลยีข้อมูล หรือแม้แต่ระบบความน่าเชื่อถือทางการเงิน หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก…