คนจากกรมหรือเทศบาลอื่น ๆ มาเยี่ยมก็ตกใจ
ทำไมจำนวนคนแค่นี้
ระบบไอทีของเมืองนครถึงพัฒนาได้เร็วนัก
ซึ่งจริง ๆ มันไม่มีอะไรซับซ้อนเลย“ผมเป็นคนตรัง เรียนสายไอที จบมาก็เป็นโปรแกรมเมอร์ ทำงานอยู่บริษัทใหญ่ในกรุงเทพฯ รายได้ดีเลย และมีเส้นทางที่ก้าวหน้าในอาชีพ ปัญหาก็คือ แม่ผมเขาอยากให้รับราชการและอยากให้ทำงานใกล้บ้าน แต่นั่นล่ะครับ หลายคนทราบดีว่า งานราชการมั่นคงก็จริง แต่มีระบบที่ยุ่งยากเยอะมาก และพูดตรง ๆ คือไม่สนุก
ผมดื้ออยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายก็ต้องยอม เลยต้องไปสอบบรรจุ และได้มาอยู่ที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ตอนนี้ก็อยู่มาจะ 30 ปีแล้ว เป็นคนนครเต็มตัวก็ว่าได้
ถามว่าจากบริษัทเอกชน มาทำราชการเป็นไงบ้าง ช่วงแรกก็ช็อกครับ ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน เทศบาลฯ แทบไม่มีโครงข่ายสารสนเทศอะไรเลย เรามีคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าที่ต่อสาย LAN หนำซ้ำ วันแรกที่ไปถึง ท่านนายกเทศมนตรี สมนึก เกตุชาติ ในตอนนั้น ยังไล่ผมอีก (หัวเราะ) ท่านบอกว่าสำนักงานเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งนี้ แต่ส่วนกลางเป็นฝ่ายจัดแจงมาเอง ผมก็ร่อนเร่อยู่พักหนึ่ง จนสักพัก นายกฯ ท่านเรียกให้ผมกลับมา
แม้จะเริ่มต้นกันได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ความที่ผมมีประสบการณ์ในการเขียนโปรแกรมให้บริษัทเอกชน ผมก็ช่วยท่านนายกฯ วางโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของเทศบาลฯ มาตั้งแต่นั้น ผมรับปากกับท่านเลยว่า ผมจะพัฒนาระบบให้ทันสมัย ก็เริ่มจากทำโปรแกรมให้ระบบน้ำประปา เรื่อยมาจนถึงไลน์โอเอในแผนสมาร์ทซิตี้ในยุคของ ดร.โจ (กณพ เกตุชาติ) นายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน
จริง ๆ งานกับเทศบาลฯ ไม่น่าเบื่อนะครับ พอเทศบาลฯ มีแผนงานชัดเจน เราก็ช่วยกันคิดและพัฒนาให้โปรแกรมปฏิบัติการต่าง ๆ มันตอบโจทย์แผนนั้น ๆ ที่น่าเบื่อจริง ๆ ก็คือระบบราชการอย่างที่ทุกคนทราบดี อย่างสวิตช์เสียหนึ่งตัว ถ้าเป็นบริษัทเอกชน ก็แค่ซื้อมาเปลี่ยนใหม่ แต่ราชการนี่ไม่ได้ คุณต้องทำบันทึกก่อน แล้วถ้าการซื้อสวิตช์มันไม่ได้อยู่ในแผนแต่แรกก็ซื้อไม่ได้ คุณต้องใช้ไปอย่างนั้น ถ้าซื้อมาเปลี่ยนเอง ก็อาจจะมีปัญหากับ สตง. คุณอยากจะให้ราชการเป็น 4.0 หรือ 5.0 ได้อย่างไร ถ้าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ยังมีอยู่
แต่ถ้ามองข้ามเรื่องนี้ไป เทศบาลนครฯ ที่ผมทำงานอยู่ถือว่าล้ำหน้ามากนะครับ ต้องเครดิตยกให้ ดร.โจ ที่มีแผนในการใช้เทคโนโลยีมายกระดับเมืองอย่างจริงจัง อย่าง LINE OA @Nakhoncity ก็เป็นวิสัยทัศน์ของท่าน โดยตัดตอนกระบวนการที่ทำให้ระบบมันล่าช้า ใช้เทคโนโลยีคัดกรองข้อร้องเรียน ส่งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทำให้นโยบายแก้ปัญหาภายใน 48 ชั่วโมงเกิดขึ้นได้จริง
อีกเรื่องที่สำคัญคือ นายกฯ ท่านตระหนักในทรัพยากรบุคคลอย่างแท้จริง เช่น แผนกของผม ท่านเปิดให้ผมสามารถคัดเลือกคนทำงานไอทีเพื่อสร้างทีมด้วยตัวเอง ทีมงานในศูนย์ ICT ตอนนี้ผมมี 10 คน คอยรันระบบอัจฉริยะต่าง ๆ ในเมืองตั้งแต่ไลน์โอเอ กล้อง CCTV ระบบประปา ระบบในโรงพยาบาลของเทศบาล และอื่น ๆ การมีอิสระเช่นนี้ ทำให้ระบบต่าง ๆ พัฒนาไปอย่างรวดเร็วมาก คนจากกรมหรือเทศบาลอื่น ๆ มาเยี่ยมก็ตกใจ ว่าทำไมจำนวนคนแค่นี้ ถึงทำงานได้เร็วนัก ซึ่งจริง ๆ มันไม่มีอะไรซับซ้อนเลย เราไม่มีเด็กฝากจากผู้ใหญ่ แต่เป็นทีมงานที่ทำงานที่รู้จริง และทำงานได้ทุกคน
วันนี้เราเดินหน้านโยบายสมาร์ทซิตี้ได้ 5 จาก 7 ด้านแล้ว ซึ่งความก้าวหน้านี้ไม่ได้มาจากทีมงานผม แต่เป็นการที่ผู้บริหารทำงานร่วมกับชาวบ้านอย่างแท้จริง เทคโนโลยีทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนมาจากวงประชุม มาจากเสียงของประชาชนที่นายกฯ ลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ รวมถึงฟีดแบ็กต่าง ๆ จากไลน์โอเอ ทีมงานของผมเป็นแค่ช่างเทคนิคที่ทำให้ระบบมันตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนเท่านั้น
ถามว่ายังคิดถึงการทำบริษัทเอกชนอยู่ไหม โห คุณ… ผมจะเกษียณแล้ว แต่จริง ๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องอายุหรอก เพราะถ้าหน่วยงานรัฐมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มีแผนการทำงาน มีความตั้งใจและเห็นผลได้จริง การทำงานราชการจะเป็นเรื่องสนุกแบบนี้”
#เทศบาลนครนครศรีธรรมราช #CIAP #มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ #มหาวิทยาลัยมหาสารคาม #WECITIZENS #บพท #PMUA #เมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด


