/

พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตในอุโมงค์ป่าโกงกาง จึงคล้ายเป็นหมุดหมายและผลสัมฤทธิ์ของการรณรงค์ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชาวชุมชนไปพร้อมกัน

Start
565 views
13 mins read

“นอกจากการที่มีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ในระดับที่กิ่งก้านของต้นโกงกางอันสูงใหญ่โน้มเข้าหากันจนเกิดลักษณะคล้ายอุโมงค์อันงดงาม ความพิเศษของผืนป่าในหมู่ 4 ของตำบลปากพูน ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุโมงค์ป่าโกงกาง1 ยังรวมถึงการเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญที่ใช้หล่อเลี้ยงชาวบ้านปากพูนจากรุ่นสู่รุ่น

ชาวบ้านใช้พื้นที่กว่าครึ่งของป่าชายเลนทำประมง บ่อเลี้ยงกุ้ง ปู และปลาตามธรรมชาติ และหลายคนอาจยังไม่ทราบว่าป่าแห่งนี้ยังเป็นแหล่งผลิตน้ำผึ้งชั้นดี ซึ่งเกิดจากผึ้งหลวงที่อพยพมาจากป่าในอุทยานแห่งชาติเขาหลวงมาทำรังตามกิ่งไม้ของต้นแสมดำในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี เป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมหล่อเลี้ยงชาวบ้านในชุมชนนี้กว่า 100 ครัวเรือน

โครงการวิจัยย่อยของพวกเรามีชื่อว่า ‘อุโมงค์โกงกาง: ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อพัฒนายกระดับสู่พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต และยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน’ มีวัตถุประสงค์หลักคือการศึกษาและจัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชและสัตว์ รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นในอุโมงค์ป่าโกงกาง เพื่อจะพัฒนาสู่พื้นที่การเรียนรู้ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต พร้อมระบบบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ และที่สำคัญคือการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้จากอุโมงค์ป่าโกงกางแห่งนี้ นั่นก็คือน้ำผึ้งป่าโกงกาง

ทำไมต้องเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตใช่ไหมคะ ต้องกล่าวอย่างนี้ แต่ไหนแต่ไรชาวบ้านปากพูนมีการจัดการท่องเที่ยวอุโมงค์ป่าโกงกางอยู่แล้ว โดยคนที่นำเที่ยวก็เป็นชาวประมงเจ้าของเรือในพื้นที่นั่นแหละ เพียงแต่การท่องเที่ยวแบบเดิมจะมีลักษณะแบบ sightseeing คือมาดูวิถีชาวประมง ชมหมู่บ้าน แวะถ่ายรูปในอุโมงค์ป่าโกงกาง แล้วก็กลับไป แต่เราคิดว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่ ซึ่งมีพันธุ์ไม้ถึง 17 ชนิด และสัตว์ถึง 51 สายพันธุ์ ประกอบกับระบบนิเวศที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน รวมถึงเอื้อประโยชน์ให้กับวิถีทำมาหากินของชาวบ้าน องค์ความรู้เหล่านี้ควรได้รับการเผยแพร่ และเข้ามาเติมเต็มกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชนอย่างยิ่ง

หลังจากลงพื้นที่สำรวจ เราก็สกัดข้อมูลที่ได้มา แบ่งประเภทของสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระบบนิเวศ เพื่อจัดทำป้ายที่ระบุข้อมูลโดยสังเขปของสายพันธุ์พืชและสัตว์ที่พบในแต่ละจุด พร้อมคิวอาร์โค้ดให้นักท่องเที่ยวสามารถสแกนเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติม นั่นจะทำให้นักท่องเที่ยวทราบว่าปลาที่เพิ่งโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำคือปลาสายพันธุ์อะไร นกที่เกาะอยู่บนกิ่งต้นแสมคือนกอะไร เป็นต้น รวมถึงจัดทำแผนที่เส้นทางชมอุโมงค์ป่าโกงกาง เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าใจถึงภาพรวมของพื้นที่ คล้ายเป็นการสร้างคอนเทนต์ซ้อนอยู่ในสถานที่จริง


ในขณะเดียวกัน เราก็ทำงานร่วมกับนักออกแบบผลิตภัณฑ์ ในการพัฒนาน้ำผึ้งป่าโกงกางที่ชาวบ้านเก็บมาขาย เป็นแบรนด์สินค้าในระดับชุมชน มีการออกแบบตราสัญลักษณ์ และบรรจุภัณฑ์ให้สะดวกต่อการใช้งาน และสร้างภาพจำในฐานะผลิตภัณฑ์ของชุมชน รวมถึงการเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มีความเป็นสากลยิ่งขึ้น 

ทั้งหมดทั้งมวล เรานำข้อมูลในพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตแห่งนี้เปิดเป็น open data มอบให้ทางเทศบาลเมืองปากพูนสำหรับการเผยแพร่ รวมถึงนำรูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่มอบให้ทางเทศบาลเจ้าของพื้นที่ได้ขับเคลื่อนต่อไป หรือหากมีนักท่องเที่ยวคนไหนค้นพบพืชหรือสัตว์ที่อยู่นอกเหนือจากที่เราสำรวจมา ก็สามารถอัพเดตข้อมูลลงไปได้ โดยในเบื้องต้น ข้อมูลของพิพิธภัณฑ์ฯ จะถูกเผยแพร่ในเพจเฟซบุ๊คของสำนักงานเทศบาล พร้อมคลิปสั้นๆ สำหรับประชาสัมพันธ์

เราค่อนข้างโชคดีที่ได้ร่วมงานกับชาวบ้านเจ้าของพื้นที่ในหมู่ 4 ซึ่งมีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งมาก และในขณะเดียวกันทางชุมชนเพิ่งมีการรณรงค์ยกเลิกการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายที่เป็นตัวการทำลายระบบนิเวศออกจากหมู่บ้านจนหมดสิ้น การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตในอุโมงค์ป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้ จึงคล้ายเป็นหมุดหมายและผลสัมฤทธิ์ของการรณรงค์ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของผู้คนในหมู่บ้านไปพร้อมกัน”

ผศ.ดร. สุภาวดี รามสูตร และ ดร.มัณฑกา วีระพงศ์

อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
และนักวิจัยในโครงการเมืองแห่งการเรียนรู้ปากพูน 

หมายเหตุผู้เรียบเรียง: จากข้อมูลงานวิจัยระบุว่าป่าชายเลนในตำบลปากพูนมีทั้งหมด 23,357 ไร่ ซึ่งมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

กองบรรณาธิการ

ในปีพ.ศ.2563-2564 หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ได้สนับสนุนและผลักดันการพัฒนาเมืองในประเทศไทยเพื่อพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) โดยเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมแล้วทั้งหมด 18 เมือง 20 ชุดโครงการ และ 41 ชุดโครงการย่อย