ชวนอ่าน WeCitizens เมืองเชียงราย : เมืองนวัตกรรมการเกษตร Ebook ได้ที่ https://anyflip.com/jnmvd/iyvl/ Download PDF File : https://drive.google.com/…/1mQO8ZR9GTik02hfUPdS…/view… บอกเล่าเรื่องราวมุมมองเมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด (Livable & Smart City) ผ่านการขับเคลื่อนเมืองเชียงราย เมืองนวัตกรรมการเกษตร นำโดย วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย และคณะทำงานเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงราย หัวหน้าโครงการเมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด เทศบาลนครเชียงราย โดยมี รศ. ดร.ระวิวรรณ์ เจริญทรัพย์ หัวหน้าศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร
“เชียงรายเผชิญปัญหาหมอกควันจากการเผาเศษวัสดุพืชเชิงเดี่ยวมานาน เราจึงใช้สมุนไพรเป็นทางเลือกใหม่ ให้เกษตรกรค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านสู่การปลูกพืชสมุนไพรคุณภาพสูงแทน” อาจดูเหมือนเป็นความบังเอิญ แต่ในปี 2562 ปีเดียวกับที่เทศบาลนครเชียงรายได้รับเลือกให้เป็น “เมืองแห่งการเรียนรู้” เมืองแรกของประเทศไทยในเครือข่าย UNESCO Global Network of Learning Citiesมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงก็ได้จัดตั้ง “ศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร” (Medicinal Plant Innovation Center of Mae Fah Luang University) แห่งแรกของประเทศขึ้นในจังหวัดเชียงรายเช่นกัน ศูนย์ฯ แห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ หากยังเชื่อมโยงกับทิศทางการพัฒนาจังหวัดตาม แผนแม่บทพัฒนาสมุนไพรไทย ปี 2559 ซึ่งกำหนดให้เชียงรายเป็น 1
THAILAND LIVABLE & SMART CITY MAP
- LIVABLE & SMART CITY
- LIVABLE , SMART & LEARNING CITY
- LEARNING CITY
Topics

Criticism
Ius ea rebum nostrum offendit. Per in recusabo facilisis, est ei choro veritus gloriatur. Has ut dicant fuisset percipit

World
Ius ea rebum nostrum offendit. Per in recusabo facilisis, est ei choro veritus gloriatur. Has ut dicant fuisset percipit

Pandemic
Ius ea rebum nostrum offendit. Per in recusabo facilisis, est ei choro veritus gloriatur. Has ut dicant fuisset percipit

Finance
Ius ea rebum nostrum offendit. Per in recusabo facilisis, est ei choro veritus gloriatur. Has ut dicant fuisset percipit
Criticism
Join our Mailing List
We hate spams like you do
Satire
Latest
WeCitizens สนทนากับ รศ. ดร.สมพร คุณวิชิต หัวหน้าโครงการวิจัยเมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด เทศบาลนครปากเกร็ด ถึง “โครงการบ่มเพาะและเร่งรัดกระบวนการเพื่อมุ่งสู่เมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาดและการพัฒนาความเป็นเลิศในการบริหารจัดการความเสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่เทศบาลนครปากเกร็ด” ที่เขาขับเคลื่อน ว่าด้วยจุดเริ่มต้นและเป้าหมายในการทำให้ปากเกร็ดเป็นเมืองต้นแบบของการจัดการภัยพิบัติในระดับนานาชาติ เทศบาลนครปากเกร็ดมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน และการจัดการน้ำท่วมส่งผลต่อการทำปากเกร็ดให้เป็นเมืองน่าอยู่ได้อย่างไร ไปติดตามกัน ก่อนอื่น ในฐานะที่คุณเป็นอาจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ ทำไมจึงเลือกมาทำงานวิจัยไกลถึงเทศบาลนครปากเกร็ด ต้องเท้าความก่อนว่าผมจบปริญญาเอกด้านรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาการจัดการภัยพิบัติจากสหรัฐฯ (Public Management
“ป้าเป็นคนอ่างทอง แต่ย้ายมาเรียนที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ประถมฯ พอเรียนจบ ไม่อยากอยู่เมืองที่พลุกพล่าน น้ำท่วมบ่อย บ้านแพง เลยมองหาชานเมืองที่สงบและราคาจับต้องได้ จนมาเจอปากเกร็ด ชุมชนประชานิเวศน์ 2 ระยะ 3 เป็นบ้านจัดสรรของการเคหะ ตั้งอยู่เยื้อง ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ อยู่กันมา 40 กว่าปีแล้ว ทุกวันนี้เหลืออยู่จริงราว 400 ครัวเรือน
“คลองในพื้นที่ปากเกร็ดเป็นทั้งคลองดั้งเดิมและคลองที่ขุดขึ้นใหม่ ปัจจุบันมีทั้งหมด 17 คลอง รวมถึงลำราง ลำกระโดง และคูน้ำจำนวนหนึ่ง การดูแลพื้นที่ดังกล่าวเป็นงานที่ซับซ้อน เนื่องจากคลองบางแห่งมีปัญหาด้านกายภาพ ส่งผลกระทบต่อการไหลของน้ำและการป้องกันน้ำท่วม คลองบางพูดเป็นหนึ่งในคลองที่มีปัญหาหนักที่สุด โดยเฉพาะบริเวณใกล้ถนนแจ้งวัฒนะ เนื่องจากคลองมีลักษณะคดเคี้ยวและอยู่ติดกับบ้านเรือนประชาชน อีกทั้งประตูระบายน้ำบางแห่งยังชำรุด ส่งผลให้การควบคุมระดับน้ำเป็นไปได้ยาก เราจึงต้องเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด โดยตรวจสอบค่า DO (ค่าออกซิเจนละลายน้ำ), BOD (ปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ใช้ย่อยสลายสารอินทรีย์), SS
“ผมเป็นคนสุพรรณบุรี มาได้ภรรยาที่เกาะเกร็ด เลยย้ายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่วัยรุ่น ทำอาชีพขับเรือรับส่งคนจากเกาะเกร็ดไปปากเกร็ดหรือเมืองนนท์บ้าง รับ-ส่งตามท่าเรือต่าง ๆ คล้ายกับวินมอเตอร์ไซค์นี่แหละ มีเรือรับส่งทั้งหมด 14 ลำ คนขับทุกคนเป็นคนเกาะเกร็ด ในวันธรรมดา คนบนเกาะส่วนหนึ่งเขาจะเลือกเดินทางเข้าเมืองด้วยการนั่งเรือข้ามฟากที่ท่าวัดสนามเหนือ แล้วก็นั่งรถเมล์ หรือรถสาธารณะอื่น ๆ ต่อ แต่ก็มีอีกส่วนใช้บริการพวกเรา ก็สามารถไปส่งตามที่ต่าง ๆ ที่ใกล้จุดต่อรถเขาได้ไวขึ้น ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์
“โครงการ ‘รู้สู้น้ำ’ เป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการน้ำที่พัฒนาโดยเทศบาลนครปากเกร็ด เพื่อแก้ปัญหาน้ำขังระบายไม่ทันในเขตเทศบาลฯ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2554 โดยพัฒนาต่อยอดจาก ‘ปากเกร็ดโมเดล’ เดิม สู่ ‘ปากเกร็ดโมเดลใหม่’ ที่ผสานเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ากับระบบบัญชาการเหตุการณ์ (ICS) หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือความสามารถของเทศบาลฯ ในการจัดการข้อมูลจำนวนมากให้เป็นระบบ และนำมาใช้ได้อย่างตรงจุด เช่น ข้อมูลปริมาณน้ำ การประเมินสถานการณ์ฉุกเฉิน วัสดุอุปกรณ์ ไปจนถึงการใช้
“สำหรับเรา ปากเกร็ดเป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาพใหญ่ได้ดี เรามาอยู่ที่นี่เมื่อสี่สิบกว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นเมืองยังไม่พลุกพล่าน สงบ อากาศดี และผู้คนในชุมชนก็รู้จักกันหมด เป็นเพื่อนบ้านที่ดี แต่พอเมืองขยายขึ้น สิ่งที่ตามมาคือมลภาวะอย่าง PM 2.5 ปัญหาขยะ หรือน้ำขังแบบเมืองใหญ่ ๆ ซึ่งเมื่อเมืองยิ่งขยาย ก็ยิ่งเห็นชัดว่าปัญหาโลกร้อน หรือโลกรวนเนี่ย เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และที่สำคัญ มันมีท่าทีที่หนักขึ้นเรื่อย
“สำหรับครู ปากเกร็ดเป็นเมืองที่น่าอยู่เสมอมา และครูก็ภูมิใจที่โรงเรียนของเราเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้เมืองมีความน่าอยู่มากขึ้น โรงเรียนผาสุกมณีจักรมิตรภาพที่ 116 ก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจของคุณผาสุก มณีจักร ที่อยากขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็ก ๆ ชาวปากเกร็ด ท่านจึงบริจาคที่ดินสำหรับตั้งโรงเรียน ก่อนที่ทางหน่วยงานราชการและชาวบ้านจะร่วมกันสมทบทุนในการสร้างอาคาร โดยคำว่า ‘มิตรภาพ’ ในชื่อโรงเรียน จึงสะท้อนถึงความร่วมมือของคนในพื้นที่ นอกจากเรื่องวิชาการ โรงเรียนของเราให้ความสำคัญกับการเรียนรู้นอกห้องเรียน และทักษะการใช้ชีวิต เรามีโครงการสวนสมุนไพรที่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้การปลูกพืช
“ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสไปดูงานที่โรงเรียนในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลาหนึ่งเดือน สิ่งที่ได้เห็นคือการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ที่เกิดจากความร่วมมือของครอบครัว โรงเรียน และชุมชน รวมถึงการบูรณาการศาสตร์วิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยใช้ศิลปะเป็นสื่อขับเคลื่อน แนวทางนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ผมกลับมาพัฒนาการเรียนการสอนที่โรงเรียนผาสุกฯ ที่ผมสอนอยู่ ผมมักจะบอกนักเรียนเสมอว่า เราไม่ได้เรียนศิลปะเพื่อที่จะเป็นศิลปิน แต่การได้เรียนศิลปะจะทำให้มีความคิดที่เป็นระบบ รู้จักวิเคราะห์ มีความอ่อนโยน และเข้าใจคนอื่น ซึ่งมันเป็นทักษะสำคัญในการดำรงชีวิต พื้นเพผมไม่ใช่คนปากเกร็ด แต่ก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาจะ 10
อาจารย์คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังนักวิจัยโครงการเมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด พนัสนิคม “ความที่เมืองพนัสนิคมแต่เดิมเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเมืองชายทะเล กับเมืองที่อยู่ใกล้ป่าเขา ที่นี่จึงมีลักษณะเป็นชุมทางการค้าที่ผู้คนนำสินค้าจากทะเลและป่าเข้ามาแลกเปลี่ยนกัน เมืองจึงถูกขยับขยายและเติบโตด้วยอัตลักษณ์แบบที่เห็น ขณะเดียวกัน ความที่พนัสนิคมเป็นชุมชนการค้าที่มีความรุ่งเรืองมาก่อนจะเกิดการตัดถนน จึงสังเกตได้ว่าเส้นทางในเมืองมีความคดเคี้ยว ซึ่งหาไม่ได้จากเมืองใหญ่ จริงอยู่จุดนี้อาจเป็นปัญหาในการขยายเมือง แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นเสน่ห์ของการเป็นเมืองเก่า สังเกตดู ถ้าเราขับรถจากทางหลวงที่เรียงรายด้วยโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาในเขตเทศบาลเมือง พอมาถึงเราจะเจอทุ่งนารายล้อมด้านนอก ก่อนจะเจอถนนแคบ ๆ ที่เรียงรายด้วยตึกแถวสมัยก่อน โดยร้านรวงเหล่านี้ส่วนใหญ่จะจำหน่ายเครื่องมือการเกษตรที่ขัดแย้งกับเขตอุตสาหกรรมรอบนอกอย่างน่าสนใจ พนัสนิคมจึงเป็นเหมือนโลกอีกใบหนึ่งเลยนะ เป็นโลกที่บรรจุไว้ด้วยความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมของคนไทย
Recent Comments
Categories
Error: No feed found.
Please go to the Instagram Feed settings page to create a feed.

